PRS Standard – Part 2 – รวมรุ่น PRS Standard

PRS Guitars

จากบทความตอนที่แล้วที่ผมเล่าเกี่ยวกับประวัติของ PRS Standard สำหรับบทความตอนที่ 2 นี้ ผมจะพาเพื่อนๆ ไปดูว่าในจักรวาล Standard ของแบรนด์ PRS มันมีรุ่นอะไรบ้าง แยกตามซีรีส์ มีอะไรบ้าง เผื่อใครสนใจกีตาร์แนวๆ all mahogany body จะได้ดูไว้เป็นข้อมูลได้

มีรุ่นอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

Core Series/Made in USA

PRS Guitar/Standard/Standard 24/Standard 24 Satin

Paul Reed Smith Guitar (Standard 24) ปี 1987
PRS Standard 24 Satin โมเดล 2025 ใหม่ล่าสุด
คลิป PRS Standard 24 Satin ปี 2025 ปิคอัพใหม่รุ่น DMO

เปิดตัวพร้อมกับรุ่น Custom เมื่อปี 1985 PRS Standard (ปีแรกๆ ชื่อรุ่น Paul Reed Smith Guitar) มันคือกีตาร์รุ่นสร้างเนื้อสร้างตัวของช่างพอลซึ่งเปลี่ยนชีวิตจากช่างซ่อมสร้างอิสระสู่การตั้งบริษัท PRS เป็นจุดเริ่มตนของทุกสิ่งที่เห็นที่เป็น Paull Reed Smith Guitars ในปัจจุบัน ในแง่ของราคาและสเปคนั้น PRS วางตัวรุ่น Standard ให้อยู่ระหว่างรุ่น Custom และ CE หรืออาจพูดได้อีกอย่างว่า core Standard ก็คือ core Custom ที่ไม่มีท็อปเมเปิลนั่นเอง

ถ้าใครได้อ่านบทความ PRS Standard ตอนแรกก็คงจะพอทราบว่ากีตาร์ตระกูลนี้แม้จะยืนพื้นด้วยบอดี้และคอทำจากไม้มาฮอกกานีล้วน แต่ส่วนอื่นๆ ก็มีการอัพเดทเปลี่ยนแปลงสเปคอยู่เป็นระยะๆ ไล่ไทม์ไลน์สเปคได้ตามที่ผมสรุปข้างล่างนี้ครับ

  • Model name history:
    • 1985-1986 – Paul Reed Smith Guitar
    • 1987-1996 – Standard
    • 1997-2009 – Standard 24
    • 2025 – Standard 24 Satin
  • Body : Mahogany, 1 piece
  • Top : none
  • Neck : Mahogany, 1 piece
  • Neck profile :
    • 1985-1991 – Standard
    • 1991-2009 – Regular or Wide Thin
    • 2025 – Pattern Thin
  • Scale length : 25″
  • Number of frets : 24 medium-jumbo
  • Fingerboard : Indian rosewood
  • Fingerboard inlay :
    • 1985-2009 – Moons or Birds (optional)
    • 2025 – J Birds
  • Headstock veneer :
    • 1985-2009 – None
    • 2025 – rosewood
  • Headstock logo :
    • 1985 – 1991 – Paul’s signature, silk screened
    • 1991-2009 – Paul’s signature, metal decal
    • 2025 – Ivoroid, inlaid
  • Truss rod cover text :
    • 1985-2009 – none
    • 2025 – Standard
  • Tuners :
    • 1985 – 2000 – PRS Winged locking
    • 2001-2009 – PRS Phase II locking
    • 2025 – PRS Phase III locking with black wing buttons
  • Bridge :
    • 1985-2000 – Mil-Com-PRS Tremolo, one piece cast red bronze
    • 2001-2009 – PRS Tremolo (generation 2), 2 piece brass block and brass base plate
    • 2025 – PRS Gen. 3 Tremolo, smoke black finish
  • Pickups :
    • 1985-1991 – Standard
    • 1991 – 2009 – Hot Fat Screams (HFS) treble, Vintage Bass bass
    • 2025 – DMO
  • Electronics
    • 1985-1991 – 5 way Rotary with Sweet Switch and 1 volume
    • 1991 – 2009 – 5 way Rotary, volume, tone
    • 2025 – 5 way blade, volume, tone
  • Hardware :
    • 1985 – 2009 – Nickel
    • 2025 – smoke black
  • Finish :
    • 1985-2009 – polyurethane
    • 2025 – satin nitro, open pore
  • Accessory :
    • 1985-2009 – PRS black tolex hard shell case
    • 2025 – PRS D1 molded plastic hard shell case

อ่านประวัติ PRS Standard ได้ที่นี่ครับ

ในช่วงปี 2007-2009 ซึ่งเป้นช่วงปีท้ายๆ ของสายการผลิตรุ่น Standard ใน Core Series ก็มีการผลิตเวอร์ชันเคลือบไนโตรด้าน หรือ Standard 22 Satin การเคลือบแบบนี้บางและอ่อนกว่ายูรีเทนแข็งๆ หนาๆ ที่ PRS ใช้มาตลอดใน Core ยุคนั้น การเคลือบด้านช่วยให้ไม้สั้นได้ดีกว่า ช่วยให้เสียงอคูสติกดังกังวานออกมามากกว่า

PRS Standard 24 Satin ปี 2007

สำหรับบทความตอนถัดไปผมจะเอา Paul Reed Smith Guitar (หรือก็คือ Standard 24 ในปัจจุบัน) รุ่นปีเก่าสุดๆ บอร์ดบราซิเลียน มารีวิวครับ

Standard 22/Standard 22 Satin

PRS Standard 22 ปี 1997
(photo credit: stangguitars.com)
PRS Standard 22 ปี 1997
(photo credit: stangguitars.com)
PRS Standard 22 ปี 1997
(photo credit: stangguitars.com)

เปิดตัวในปี 1994 ด้วยจำนวนเฟรทที่น้อยลง 2 ช่องทำให้การออกแบบรายละเอียดปลีกย่อยหลายส่วนต้องออกแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระยะเข้าคอ เชพคอ และปิคอัพที่มีความเฉพาะเจาะจงไม่ลอกการบ้านรุ่น 24 มาทั้งดุ้น ผมจึงไม่มอง PRS รุ่นนี้ว่าเป็น spin-off ของรุ่น Standard 24 แต่กลับมองมันเป็น byproduct ของกีตาร์รุ่น Dragon 1 กับ Custom 22 ซะมากกว่า

ถ้าจะพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่ารุ่น Standard 22 ต่างจาก 24 หลายอย่าง เช่น คอสั้นลงและใช้เชพอ้วนเป็นหลักทำให้มีความอยู่ตัว (stiffness) มากกว่า มีการให้ตัว (flexibility) ที่น้อยกว่ารุ่น 24 นอกจากนี้การที่คอสั้นลงยังทำให้ตำแหน่งของสายเหนือ neck pickup เปลี่ยนไปจากรุ่น 24 กล่าวคือเป็นช่วงที่สายมีความให้ตัวมากกว่า ทำให้ได้โทนเสียงจากปิคอัพตำแหน่งนี้ที่หวานกว่ารุ่น 24 ไม่เพียงแค่นั้น ปิคอัพยังใช้รุ่น Dragon ซึ่งเป็นปิคอัพที่ออกแบบมาติดตั้งในกีตาร์รุ่นตำนวนอย่าง Dragon ปีแรก ในส่วนของบริดจ์ก็ยังมีการเพิ่มออพชัน Stoptail ให้ฟีลแน่นๆ วินเทจ กระเดียดไปทางกิบสันนิดนึง ซึ่งบริดจ์แบบนี้ไม่มีเป็นมาตรฐานในรุ่น 24 เฟรท

ปี 1997 ปิคอัพอัพเดทจากรุ่น Dragon ตัวแรกมาเป้น Dragon II เนื่องจากมี feedback จากลูกค้าว่าแรงและแข็งเกินไปสำหรับกีตาร์สไตล์ 22 เฟรท (วินเทจ) ลุงพอลก็ออกแบบใหม่เปลี่ยนแม่เหล็กจาก ceramic เป็น alnico 4 ทั้งสองตำแหน่งพร้อมฝาครอบนิเกิลซึ่งไม่มีในปิคอัพรุ่นแรก ผลที่ได้คือโทนที่มีความสว่าง สดใส ย่านกลางแหลมเพราะมีมิติ เป็นความไพเราะที่ยังมีความแรงสมชื่อปิคอัพมังกร เป็นปิคอัพที่ผมคิดว่าดีที่สุดรุ่นนึงของค่ายนอจากที่ผมลองมามากต่อมาก แรงได้ หวานได้ ตัดคอยล์ได้ด้วย ถ้าใครจะหา Standard 22 ส่วนตัวผมก็แนะนำหาที่เป็นปี 97 หรือใหม่กว่า จะได้ปิคอัพรุ่น Dragon II ครับ

PRS Standard 22 ปี 1998 มาพร้อมปิคอัพ Dragon II
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)
PRS Standard 22 ปี 1998 มาพร้อมปิคอัพ Dragon II
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)
PRS Standard 22 ปี 1998 มาพร้อมปิคอัพ Dragon II
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)
PRS Standard 22 Satin ปี 2009
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)
PRS Standard 22 Satin ปี 2009
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)
PRS Standard 22 Satin ปี 2009
(Photo credit: chicagomusicexchange.com)

Bolt-on

CE 24 Standard Satin Limited Edition

Bolt-on Series หรือที่หลายคนติดภาพจำว่าเป็นซีรีส์ของ CE นั้น เคยหยุดการผลิตไปเมื่อปี 2009 และถูกนำกลับมาผลิตใหม่ในปี 2016 โดยออกแบบใหม่หมด เน้นลดต้นทุนกว่ารุ่นปีเก่า สำหรับ CE 24 ลอตเกิดใหม่มีรุ่นย่อยรุ่นหนึ่งคือ CE 24 Standard Satin ออกมาด้วย เป็น CE 24 ที่บอดี้เป้นไม้มาฮอกกานีล้วน ไม่มีท็อปเมเปิล และส่วนคอเป็นไม้เมเปิลเข้าคอด้วยสกรู บอดี้มาฮอกกานีชิ้นเดียวของ CE Satin นี้บางลงกว่าเจเนอเรชันก่อน อะไหล่ต่างๆ ก็ผสมระหว่าง SE กับ USA แต่ด้วยโครงสร้างที่ดี ยังไงมันก็เป็นกีตาร์ที่ดี จากที่ผมเคยลองมา มันให้เสียงอคูสติกดีมาก

รุ่นนี้ตอนเปิดตัวทาง PRS บอกว่าเป็น limited edition ซึ่งผลิตอยู่ช่วงปี 2016-2017 แต่เท่าที่ผมเห็นหลังจากนั้นรุ่นนี้ก็ยังผลิตต่อ บางครั้งมาเป็นแบบ limited run ที่ดีลเลอร์เจ้าใหญ่ๆ สั่งกำหนดสเปคเอง (เช่น ปิคอัพรุ่นนอกสเปค ไม้ฟิงเกอร์บอร์ดเป็น ebony หรือทำสีนอกแคตตาล็อก เป็นต้น) เอาเป็นว่ามันมีเรื่อยๆ ถ้าจะหาจริงๆ ก็ไม่ยาก ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ PRS CE เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

กีตาร์รุ่นนี้เป็น PRS made in USA ยุคใหม่ ที่ดีและมักถูกคนมองข้ามเพียงเพราะมันไม่มีไม้เฟลมท็อปเก๋ๆ แต่ถ้าเป็นคนเน้นใช้งาน ต้องการ PRS ผลิตอเมริกา ในราคาที่สมเหตุสมผล นี่คือของดีที่อยากแนะนำครับ

S2 Series

สำหรับกีตาร์ในซีรีส์ S2 (Stevensville 2) ของ PRS นั้นก็คือไลน์ผลิตราคาถูกกว่า Core และ Bolt-on Series ที่ยังผลิตในโรงงานเดียวกันที่อเมริกา ที่ S2 ราคาถูกกว่าก็เพราะมีการออกแบบขั้นตอนการผลิตรวมถึงปรับสเปคใหม่หมดเพื่อเซฟต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ อ่านประวัติ S2 Series ได้ที่นี่ครับ

ไลน์อัพของ S2 ในหมวด Standard ของปี 2025 อัพเกรดปิคอัพจากเดิมแชร์กับ SE มาเป็น Core USA แล้วทั้งหมด

รุ่น Standard ที่ชื่อรุ่นเป็น Standard จริงๆ ใน S2 Series มี 2 รุ่นหลัก ในตอนแรกเริ่มไลน์ผลิตเมื่อปี 2013 ทั้งคู่แชร์ปิคอัพกับ SE Series อยู่สิบปีเต็ม ก่อนจะมีการอัพเกรดใส่ปิคอัพเดียวกับ Core Series ในปี 2024 ปัจจุบันกีตาร์สไตล์บอดี้มาฮอกกานีล้วนในไลน์ผลิต S2 มีมากมายหลายรุ่น นับจำนวนรุ่นก็มากกว่า Core Series เสียอีก

S2 Standard 24, S2 Standard 24 Satin และ
S2 Standard 22, S2 Standard 22 Satin

S2 Standard 24 ปี 2025 สี McCarty Tobacco Sunburst
(Photo credit: prsguitars.com)
S2 Standard 24 Satin ปี 2025 สี Mavis Mint Metallic
(Photo credit: prsguitars.com)
PRS S2 Standard 22 ปี 2025 สี Black
(Photo credit: prsguitars.com)
PRS S2 Standard 22 ปี 2025 สี Red Apple Metallic
(Photo credit: prsguitars.com)

S2 Standard 24 และ 22 ในไลน์ผลิต S2 มากับดีไซน์ที่ต่างจาก Core และ SE คือมีปิคการ์ดทรงเดียวกับรุ่น S2 Starla บอดี้หน้าเรียบไม่นูนอย่าง Core Standard แต่ปาดมุม (beveled body) เพื่อสร้างองศาเข้ามุมแขนและลำตัว เป็นการดีไซน์ตัวกีตาร์ให้มีความสบายในการเล่นโดยไม่ต้องใช้ไม้แผ่นหนาๆ เพื่อทำ violin-carved top

สำหรับโมเดลล่าสุดอะไหล่บางส่วนยังแชร์อะไหล่บางส่วนจากไลน์ SE แต่ปิคอัพเลื่อนชั้นเป็นรุ่น 58/15 LT (USA) และลูกบิดอัพเกรดใช้เกรด Core แล้ว (ในที่สุด!) มีทั้งแบบเคลือบเงาและเคลือบด้าน (satin) ทั้งรุ่น 24 และ 22 สเปคยันสีเหมือนกันทุกประการ ต่างแค่จำนวนเฟรท เหตุผลก็เพื่อนำเสนอกีตาร์มาตรฐานการผลิตจากโรงงาน PRS USA ในราคาออกห้างระดับที่ปุถุชนคนชั้นกลางมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายพอจะเอื้อมถึงได้

SE Series

SE Standard 24 และ SE Standard 22

PRS SE Standard 24 ปี 2015
(Photo credit: reverb.com)
SE Standard 22 สี Platinum
(Photo credit: PRS Guitars Thailand Facebook Page)
PRS SE Standard 22 ปี 2016
PRS SE Standard 24 ปี 2023 โมเดลสุดท้ายก่อนหยุดการผลิต
(Photo credit: prsguitars.com)
เสียง SE Standard 24 ลอตหัวลายเซ็น ปิคอัพ 85/15 ‘S’

SE Standard ทั้งสองรุ่นปรากฏตัวในสายการผลิตราวๆ ปี 2015 ผลิตโดยโรงงาน PT Wildwood ที่อินโดนีเซีย (ไม่ใช่โรงงาน Cor-Tek ที่ผลิต SE Series ลอตอินโดนีเซียในปัจจุบัน) SE Standards มากับบอดี้มาฮอกกานีแต่คอเป็นไม้เมเปิลเช่นเดียวกับรุ่น SE Custom 24

  • SE Standard 24 – เชพคอ Wide Thin ปิคอัพ SE HFS set แรงสะใจ ตัดคอยล์ได้ บริดจ์เป็นคันโยก
  • และสำหรับรุ่น SE Standard 22 เชพคออ้วนกว่า (Wide Fat) ปิคอัพเป็นรุ่น SE Standard ไม่ตัดคอยล์ ส่วนบริดจ์จะเป็น Stoptail
  • ทั้งสองรุ่นมากับสีทึบหลายสี แต่ที่ผมเห็นสวยสุด ดูมีสตอรี่ น่าจะเป็นสี Platinum

และก็เหมือนประวัติศาสตร์ของกีตาร์ 24 กับ 22 เฟรทยี่ห้อนี้ คือ SE Standard 22 มีอายุในสายการผลิตแค่ 3 ปี คือราวๆ ระหว่าง 2015-2017 ก่อนเปลี่ยนโรงงานผลิต SE Series จากเกาหลีไป Cor-Tek อินโดนีเซีย ซึ่งมีแต่ SE Standard 24 ที่ได้ไปต่อพร้อมอัพเดทสเปคใหม่ใส่ปิคอัพ 85/15 ‘S’ พร้อมโลโก้ลายเซ็นลุงพอลบนหัวกีตาร์ SE Standard 24 ลอตหัวลายเซ็นสู้ชีวิตต่อไปได้อีกประมาณ 7 ปีก่อนที่จะถูกหยุดสายพานการผลิตไป

SE Standard 24-08

PRS SE Standard 24-08 ปี 2024 สี Tobacco Sunburst
(Photo credit: prsguitars.com)
PRS SE Standard 24-08 ปี 2024 สี Translucent Blue
(Photo credit: prsguitars.com)

เปิดตัวเมื่อปี 2022 ต่อเนื่องจากรุ่น SE Custom 24-08 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนหน้า กีตาร์รุ่นนี้ยกเอาปิคอัพ TCI ‘S’ และระบบไฟฟ้า 8 เสียงแบบรุ่น SE Paul’s Guitar มาใส่ในร่าง SE Standard 24 ยกสแตนดาร์ดของรุ่น Standard ขึ้นไปอีกขั้น เราสามารถใช้สวิตช์ mini toggle เล็กๆ 2 อันที่อยู่ระหว่าง volume กับ tone เพื่อเลือกตัดคอยล์ (สับขึ้น) ปิคอัพ humbuckers ทั้งสองตำแหน่งแล้วเลือกว่าจะใช้ตำแหน่ง neck, bridge, ผสม ด้วย toggle ตัวใหญ่ได้ได้ตามใจโดยที่วอลุ่มของเสียงตัดคอยล์แทบไม่มีอาการวูบ นี่จึงเป็น Standard 24 ที่ใช้งานได้กว้างที่สุดรุ่นนึงก็ว่าได้

ปี 2025 SE Standard 24-08 กลายเป็น SE Standard แบบ 24 เฟรทรุ่นเดียวที่ยังอยู่ในสายการผลิต เนื่องจาก PRS ได้ถอดรุ่น SE Standard 24 ออกจากสายการผลิต

Other Standard flavors

อย่างที่ผมบอกไปในบทความตอนแรกว่า Standard เดี๋ยวนี้ PRS ไม่ได้ใช้คำว่า Standard เรียกแค่กีตาร์รุ่น Standard อย่างเดียว แต่จะเหมารวมถึงกีตาร์รุ่นอะไรก็ตามที่บอดี้ทำจากไม้มาฮอกกานีอย่างเดียว ดังนั้น ในปัจจุบันนี้อะไรที่มีคำว่า Standard ในชื่อรุ่นมันอาจจะเป็นได้ทั้ง CE, SE, ทรง Singlecut, ทรง Hollowbody หรือเป็นทรงใหม่อื่นใด

นอกจากนี้ก็ยังมี Standard บางรุ่น/ล็อต ที่เพิ่มรายละเอียดพิเศษเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรบางอย่าง ผมจึงคัดรุ่น Standard นอกตำรา มารวมไว้ เผื่อใครสนใจกีตาร์ PRS แนว all mahogany จะได้มีตัวเลือกไว้ดูเยอะๆ ครับ

Core Series

Standard 24 Satin 20th Anniversary

(Photo credit: reverb.com)
(Photo credit: reverb.com)
(Photo credit: reverb.com)

จะเรียกว่าเป็นกีตาร์ PRS ที่บ้านเราตามหามากที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้สำหรับ Standard 24 Satin เวอร์ชันฉลองครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งบริษัท ด้วยความสวยงามของอินเลย์ฟิงเกอร์บอร์ด birds in flight 20th Anniversary ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ไม่มีทำซ้ำ ปิคอัพชุด HFS กับ Vintage Bass ก็แรงสะใจตามกีตาร์ยุคสมัยดนตรีนูเมทัล ไม่เป็นฝ้าเพราะเคลือบไนโตรด้าน แต่ที่ทำให้มือกีตาร์บ้านเราอยากได้ PRS Standard เวอร์ชันนี้เป็นพิเศษน่าจะเป็นเพราะคุณวิน รัตนพล อดีตมือกีตาร์วง Potato เคยใช้มันมากกว่า

ส่วนตัวผมเองจากที่เคยใช้กีตาร์รุ่นนี้มาก็ต้องบอกว่ามันใช้ดีจริงๆ resonance ในบอดี้ดีเว่อร์ ซัสเทนล้นเหลือเพราะโครงสร้างหลักทั้งตัวมันทำจากไม้แค่ 3 ชิ้น มันไม่ได้มีดีแค่เพราะศิลปินใช้หรือเพราะลายอินเลย์สวย แต่ยังใช้ดีด้วย เก็บก็ได้ ใช้ก็ดี ถือว่ารุ่นนี้น่าสนใจมากครับ

อ่านเรื่องราวของกีตาร์ PRS ลอตฉลองครบรอบ 20 ปีได้ที่นี่ครับ

Corvette Standard 22

(Photo credit: elderly.com)
(Photo credit: corvsport.com)

เป็นกีตาร์รุ่นพิเศษที่เกิดขึ้นจากการ collaboration ระหว่างบริษัท PRS กับ General Motors (GM) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เจ้าใหญ่ของอเมริกาเจ้าของแบรนด์รถยนต์ Chevrolet กีตาร์รุ่นนี้มีขึ้นเพื่อโปรโมทแบรนด์ PRS กับทีมแข่งรถ Chevrolet ซึ่งใช้รถ Corvette C6 Z06 (คอร์เวท ซีร์ โอ ซิกซ์) ในการแข่งขันรายการ American Le Mans ตั้งแต่ปี 2005

พื้นฐานของกีตาร์ PRS รุ่นนี้คือมาจากรุ่น Standard 22 (จึงมีคำว่า Standard 22 อยู่ในชื่อรุ่นด้วย แทนที่จะเป็นรุ่น Corvette เฉยๆ) มาพร้อมอินเลย์ฟิงเกอร์บอร์ด Z06 และ 427 ที่สื่อความหมายถึงตัวรถ และมีสารพัดสีตามสีที่ใช้กับรถ Corvette ในเวลานั้น ปิคอัพที่ให้มาคือรุ่น Dragon II แซบสะใจ เลือกเสียงได้ 5 แก๊ก เป็น core Standard ที่เล่นสนุกสุดและด้วยช่วงปีผลิตที่ค่อนข้างสั้น คือระหว่างปี 2005-2007 ผมก็มองว่านี่คือ PRS Standard ที่น่าเก็บที่สุดรุ่นนึงที่ผมเคยสัมผัสมา อ่านข้อมูล PRS Corvette Standard 22 เพิ่มเติมและรีวิวได้ที่นี่ครับ

Singlecut Standard Satin และ Singlecut Standard Soapbar Satin

(Photo credit: forums.prsguitars.com)
(Photo credit: forums.prsguitars.com)

ที่จริงแล้ว ในยุคที่ Standard 24 เวอร์ชันแรกยังผลิตอยู่ ก็ยังมี core model สไตล์ all mahogany ผลิตอยู่บ้างเหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือรุ่น Singlecut Standard Satin ซึ่งพื้นฐานก็มาจากรุ่น Singlecut Tremolo Satin แต่มาในบอดี้มาฮอกกานีล้วน ราคาถูกกว่า และมีออพชันให้เลือกไม่ว่าจะเป็นบริดจ์แบบคันโยกหรือ Stoptail และชอยส์ปิคอัพระหว่างรุ่น #6 หรือ Soapbar/P90 ที่ผลิตโดยค่าย Seymour Duncan

ด้วยคอนเซพท์แบบ standard satin ของ PRS กีตาร์รุ่นนี้จึงเคลือบไนโตรด้านแบบไม่อุดเสี้ยนไม้ โชว์ลายเกรนดิบๆ ถูกใจคนรัก tone wood ยิ่งมาในทรง Singlecut ยิ่งดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ถึงมันจะน่าใช้อย่างไรก็คงไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนที่ไม่ใช่สาย PRS จริงๆ จังๆ เพราะถูกผลิตอยู่แค่ระหว่างปี 2006-2007 เท่านั้น

Music Store Live Limited Run Wood Library P22 Trem Standard และ Paul’s Guitar Standard

MSL WL P22 Trem Standard
(Photo credit: forums.prsguitars.com)
MSL WL Paul’s Guitar Standard
(Photo credit: forums.prsguitars.com)

รุ่นลิมิเตดผลงานการสั่งผลิตจากร้าน Music Store Live ของอเมริกาเมื่อปี 2013 ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ทางร้านเลือก PRS รุ่นใหม่มาแรงในตอนนั้นคือ P22 Trem (22 เฟรท ลำตัวตัน ติดคันโยกที่มี piezo pickups) กับรุ่น Paul’s Guitar มาปรับสูตรโครงสร้างใหม่ในสไตล์ Standard คือมากับบอดี้ไม้มาฮอกกานีแปะด้วยท็อปมาฮอกกานีคัดลาย อีกที ซึ่งโครงสร้างแบบนี้ผมก็เพิ่งเคยเห็นในยุคที่ PRS เริ่มมีออพชัน Wood Library นี่แหละ (ใครไม่รู้ว่า Wood Library คืออะไร อ่านได้ที่นี่ครับ) ทั้งสองรุ่นมากับบอร์ดทำจากไม้ Brazilian rosewood ส่วนไม้คอมีให้เลือกระหว่างไม้ Indian rosewood และ flamed maple และขึ้นชื่อว่าผลิตแบบ WL ก็ต้องมีจำนวนจำกัดเป็นหลักสิบอยู่แล้ว ทั้งสองรุ่นนี้จึงถือว่า unique และหายากพอสมควร

408 Standard

408 Standard สี Antique White
(Photo credit: briansguitars.com)
408 Standard สี Antique White
(Photo credit: briansguitars.com)

ช่วงปี 2012 PRS ดูจะมีความพยายามนำเสนอ Standard style guitars ในรูปแบบใหม่ๆ หนึ่งในนั้นที่ผมจำได้คือรุ่น 408 Standard หรือก็คือรุ่น 408 บอดี้มาฮอกกานีล้วนที่เปิดตัวพร้อมกับ 408 Maple Top (408 MT แต่ภายหลังเรียกแค่ 408 เฉยๆ หลังจากเวอร์ชัน Standard เลิกผลิตไป) ซึ่ง 408 Standard ก็นับเป็น Standard ที่ล้ำหน้ามากๆ รุ่นหนึ่งในสายการผลิตแบบ mass production เพราะมากับระบบไฟฟ้าแบบ Signature/408 หรือ 8 เสียงตัดคอยล์เสียงไม่วูบ

ในสายตาผมมองรุ่นนี้ตอนเปิดตัวว่าคิดมาดี และน่าสนใจมาก แต่สุดท้ายก็เหมือนประวัติศาสตร์ของแบรนด์นี้ที่เป็นมาตลอด คือถ้ารุ่นไหนมีทั้งเวอร์ชันบอดี้มาฮอกกานีล้วน กับท็อปเมเปิลให้เลือก สุดท้ายตัวที่ขายดีและได้ไปต่อจะเป็นเวอร์ชันท็อปเมเปิลเสมอ 408 Standard จึงผลิตอยู่แค่ช่วงปี 2013-2014 ก่อนจะเลิกผลิตไป มันลาวงการไปไวเกินกว่าที่หลายคนจะทันรู้ว่ามี 408 หน้าตาแบบนี้อยู่ด้วยซ้ำ

S2 Series

S2 Vela

PRS S2 Vela ปี 2025 สี Metallic Midnight
(Photo credit: prsguitars.com)

ซีรีส์ S2 ยังมีกีตาร์รุ่นอื่นๆ ที่บอดี้เป็นไม้มาฮอกกานีล้วนซึ่ง PRS จัดอยู่ในกลุ่ม Standard แต่ไม่ใช่รุ่น S2 Standard ดาวเด่นในกลุ่มนี้คือรุ่น S2 Vela กีตาร์ทรง offset จากค่าย PRS แรกเริ่มรุ่น Vela ได้แรงบันดาลใจมาจากกีตาร์สไตล์ Gretsch ด้วยปิคอัพที่พัฒนาขึ้นเพื่อ voice ไปทางนั้น คือให้โทนที่สว่าง คม ใส โปร่ง ซึ่งจากที่ผมลองของจริงมาก็รู้สึกเช่นนั้น แต่สำหรับสเปค 2025 ยังไม่เคยลองเสียงจึงยังไม่แน่ใจว่าจะยังคงคอนเซพท์เดิมหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ดีไซน์บอดี้ offset ให้ลุคที่สวยงามมีความ unique พร้อมท่าเล่นที่บาลานซ์ลงตัว S2 Vela จะให้ประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากรุ่น Custom แน่นอน

ในปัจจุบัน โมเดลล่าสุดมากับปิคอัพ DS-01 ที่ตำแหน่งบริดจ์ และ Narrowfield ในตำแหน่ง Neck ปิคอัพผลิตที่อเมริกา ลูกบิดใช้ของ Core USA พร้อมสีใหม่ชุดเดียวกับ S2 รุ่นอื่นๆ ในโมเดล 2025

S2 McCarty 594 Thinline

PRS S2 McCarty 594 Thinline 2025 สี Vintage Cherry ซึ่งผมเห็นแล้วก็อดนึกถึง Gibson SG ไม่ได้
(Photo credit: prsguitars.com)

อีกหนึ่งรุ่นจากไลน์ผลิต S2 สไตล์มาฮอกกานีล้วนที่หลายคนอาจไม่คุ้น คือรุ่น S2 McCarty 594 Thinline S2 รุ่นนี้มีพื้นฐานมาจากรุ่น McCarty 594 ซึ่งเป็นรุ่นสไตล์วินเทจ สเกลสั้นเพียง 24.594 นิ้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ PRS ได้จากการนำ Gibson Les Paul ปี 1958 ของจริงมาทำการวัดและเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนา Private Stock McCarty 594 ตัวต้นแบบก่อนจะต่อยอดมาถึง Core, S2 และ SE ในปัจจุบัน

สำหรับ S2 594 Thinline นี้มาในเวอร์ชัน S2 แบบตัวบาง ไม่มีไม้ท็อปเมเปิล คอนโทรลต่างๆ ก็ปรับการจัดวางเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับมิติตัวกีตาร์ที่บางลง และสำหรับโมเดล 2025 ก็มากับปิคอัพ 58/15 LT ผลิตในโรงงานที่อเมริกา พ่นเคลือบแบบไนโตรเป็นมิตรกับ tone wood

SE Series

SE Tim Mahoney

(Photo credit: daveguitars.com)
(Photo credit: daveguitars.com)
Tim Mahoney กับ PRS Private Stock Standard 24 Stoptail ที่ผลิตเฉพาะเพื่อเขา
(Photo credit: prsguitars.com)

SE รุ่นลายเซ็นมือกีตาร์วง 311 ที่เลิกผลิตไปนานแล้ว และถึงไม่มีคำว่า Standard ในชื่อรุ่น แต่แท้จริงมันคือ SE Standard 24 ที่มีความพิเศษตรงบริดจ์ที่เป็นแบบ Stoptail ซึ่งหายากมากสำหรับ PRS แบบ 24 เฟรทและสีฟ้า Baby Blue สดในน่ารัก

SE Tim Mahoney ผลิตระหว่างปี 2011-2014 ถึงจะเป็น SE แต่ก็ไม่ได้เห็นบ่อยเท่าใดนัก ถ้าเจอก็น่าลองครับ เป็น SE ที่มีเอกลักษณ์พอสมควร

อ่านเรื่องราวของ PRS SE รุ่นลายเซ็นต่างๆ ได้ที่นี่ครับ

SE CE 24 Standard Satin

มันคือกีตาร์ SE ที่มีพื้นฐานโครงสร้างมาจากรุ่น CE 24 Standard Satin Limited Edition นั่นเอง บอดี้ใช้ไม้มาฮอกกานีทั้งตัว ไม่แปะท็อปด้วยไม้เมเปิล แถมไม่เคลือบยูรีเทนเก็บงานเหมือน SE รุ่นอื่นๆที่ผ่านมา ลุคมินิมอลๆ ดิบๆ แต่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน บอดี้มาฮอกกานี้ล้วนๆ 3 ชิ้น ไม่มีไม้ท็อป งานเคลือบด้านแบบ satin nitro โดยไม่อุดเสี้ยน (grain filling) เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นร่องเสี้ยนดิบๆ แต่งานดิบๆ แบบนี้แหละ ดีต่อ tone wood ที่สุด เพราะบอดี้จะไม่ถูก damp ด้วยยูรีเทนแข็งๆ หนาๆ ตัวกีตาร์จึงให้เสียงจากโครงสร้าง (resonance) ได้ที่ดี

ปิคอัพใช้รุ่น 85/15 ‘S’ ใช้สวิตช์แบบ toggle 3 ทาง ตัดคอยล์ได้ด้วยการดึง tone control ขึ้น เสียง จากที่ผมลอง SE รุ่นนี้เหมาะกับดนตรีทุกแนวที่เน้นความคมชัด ฟิวชัน ฟังก์ ป๊อปร็อค ร็อค เมทัล หมอลำ เมทัลทั่วไป หรืออะไรที่ต้องการความกระชับคืนตัวไว ไม่นัว ไม่อุ่น ไม่ไปทางแจ๊ส ถ้าใครต้องการการตอบสนองลักษณะนี้ รวมถึงต้องการความคุ้มค่าแบบสุดขีดจากแบรนด์ PRS นี่คือตัวเลือกที่ใช่ที่สุดครับ

อ่านรีวิว SE CE 24 Standard Satin ฉบับเต็ม ได้ที่นี่ครับ

SE Hollowbody Standard Piezo

Standard ตัวนี้มาแปลกหน่อย เพราะเป็นทรงตัวกลวงหรือ Hollowbody (HB) สำหรับ SE Hollowbody Standard Piezo ก็เป็นสมาชิกรุ่นหนึ่งในครอบครัว SE Hollowbody ซึ่ง SE HB รุ่นอื่นๆ จะใช้ไม้เมเปิลทำส่วนท็อปและส่วนหลัง แต่สำหรับตัวนี้จะใช้ไม้มาฮอกกานีทั้งตัว ไม้ท็อปและไม้หลังขึ้นรูปด้วยวิธีอัดไม้แผ่นบางๆ เข้าด้วยกันหลายๆ ชั้นหรือที่เราคุ้นหูว่า laminated wood คล้ายๆ กีตาร์ตระกูล Gibson ES นั่นเอง โครงสร้างกลวงโบ๋ภายในบอดี้ของ SE HB มีเพียงบล็อกไม้สี่เหลี่ยมชิ้นเล็กๆชิ้นนึงที่วางอยู่บริเวณใต้บริดจ์ยึดไม้ท็อปกับไม้หลังเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความแข็งแรงของโครงสร้าง ด้วยความที่มันตัวกลวง 100% น้ำหนักจึงเบากว่ารุ่นตัวตันมาก อยู่ที่แถวๆ 3 กิโลกรัมเท่านั้น

กีตาร์ SE HB รุ่นนี้มีภาคไฟฟ้า 2 ระบบ คือ 1) ระบบปิคอัพแม่เหล็กของ PRS กับระบบ piezo ที่ PRS ออกแบบร่วมกับบริษัท LR Baggs สำหรับปิคอัพแม่เหล็กเป็นรุ่น 58/15 LT ‘S’ ซึ่งเป็นปิคอัพโทนวินเทจเอาท์พุตต่ำสไตล์ที่ PRS ทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน ระบบปิคอัพแม่เหล็ก (58/15 LT ‘S’) ควบคุมด้วย magnetic volume, magnetic tone และ toggle 3 ทาง และ 2) ระบบของ piezoelectric ซึ่งออกแบบมาไว้ใช้เล่นเสียงกีตาร์โปร่งไฟฟ้า ทั้งสองระบบสามารถแยกใช้งานอิสระอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมแบบปรับสัดส่วนเอง (blending) ได้ด้วย mode switch กับ blend knob กีตารรุ่นนี้จึงมีรู output 2 รูแยกกัน และต้องใส่ถ่าน 9 โวลท์เพื่อจ่ายไฟให้กับวงจร preamp แต่ถึงแม้ถ่านหมดหรือไม่ใส่ถ่าน ก็ยังใช้งานภาคแม่เหล็กปกติได้

โทนเสียงภาคไฟฟ้า (ปิคอัพแม่เหล็ก) ของกีตาร์รุ่นนี้ออกไปทางอุ่น อ้วน หนา แจ๊ส จะไม่คมอย่าง Standard หลายๆ ตัวที่ผมจับมา อันเนื่องมาจากโครงสร้างแบบ hollow นั่นเอง ถ้าใครชอบแนวนี้และต้องการเสียง 2 แบบ SE HB Standard Piezo ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

อ่านรีวิว SE Hollowbody Standard Piezo ได้ที่นี่ครับ

ส่งท้าย

สำหรับรวมมิตร PRS Standard ก็จะมีประมาณนี้ ตอนต่อไปผมจะมารีวิว PRS ตัวต้นตระกูล Standard ให้อ่านกันครับ

และขอแนะนำกลุ่มเฟสบุค PRS Thailand ชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยสำหรับเครื่องดนตรีแบรนด์ Paul Reed Smith เพื่อนๆ ที่สนใจก็เข้ามา join group ได้ครับ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านครับ

-หมู ภานุวัฒน์-