Home > PRS Guitars > PRS artists > Mark Holcomb > หมัดต่อหมัด PRS Mark Holcomb USA vs. SE

หมัดต่อหมัด PRS Mark Holcomb USA vs. SE

จากตอนที่แล้ว ผมได้สรุปเหตุผล 9 ข้อที่เพื่อนๆควรจัด PRS SE Mark Holcomb คราวนี้ผมอยากลงรายละเอียดอีกนิดหน่อย โดยลองเปรียบเทียบระหว่าง PRS Mark Holcomb รุ่น USA limited 2015 กับ SE ปีปัจจุบัน (2018) เพื่อให้เพื่อนๆเห็นรายละเอียดความเหมือน-ความต่าง นะครับ

ตารางเทียบสเปค

เริ่มจากเทียบสเปคแบบจุดต่อจุดกันก่อน

ถ้าตารางไม่โชว์ คลิกที่นี่ครับ

 

โครงสร้าง

โดยโครงสร้างและสปีชีส์ไม้ จะเห็นว่าทั้งคู่เหมือนกัน คือบอดี้มาฮอกกานีมีท็อปเมเปิล แต่ถ้าถามว่าบอดี้ของทั้งสองรุ่นใช้ไม้กี่ชิ้นนั้น PRS ไม่ได้บอกไว้ (ซึ่งเขาก็ไม่เคยบอกข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว) แต่ถ้าเอาตามมาตรฐานของกีตาร์ core USA ที่ผมเห็นมา บอดี้จะมีชิ้นเดียวเสมอ แต่ SE จะมี 2-3 ชิ้น

แต่จุดสำคัญอยู่ที่ไม้ท็อปของ SE Holcomb เป็นไม้เมเปิลที่อาจไม่มีลวดลายที่เอาไปแปะบนบอดี้มาฮอกกานีแล้วใช้เครื่อง CNC ปาดเหลี่ยมมุมออก จากนั้นจึงนำแผ่น maple veneer แผ่นบางๆ ที่มีลาย quilted maple (หนาไม่กี่มิล ประมาณกระดาษปกหนังสือ) มาแปะทับเพื่อความสวยงาม ดังนั้นจึงได้ทั้งโทนเบสจากไม้หลังมาฮอกกานี โทนไบรท์จากไม้ท็อปเมเปิล รวมถึงความสวยงามจาก maple veneer องค์ประกอบทั้งหมดนี้สร้างโทนเสียงใกล้เคียงกับตัว USA ในราคาที่จับต้องได้เพราะต้นทุนไม่สูงเหมือน solid flamed maple top แท้ๆอย่างของรุ่น USA ซึ่งนอกจากใช้ไม้แท้แล้ว ยังมีความหนาที่มากกว่า และแต่งความโค้งได้มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าอะไรที่มันเยอะๆแบบนี้ มันก็ต้องมากับค่าตัวที่สูงกว่าเป็นธรรมดา

ในส่วนของไม้คอ รุ่น USA สร้างจากไม้ rock maple ชิ้นเดียวยาวตลอดตั้งแต่ฐานคอยันปลาย headstock การจะทำคอด้วยวิธีเช่นนี้ต้องใช้ไม้ชิ้นใหญ่ที่มีขนาดครอบคลุมส่วนกว้าง-ยาวสุดของคอกีตาร์ จากนั้นก็เอามาตัด เหลา ปาด เกลา เอาเนื้อไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออก ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการมุ่งเน้นคุณภาพสูงสุดของสินค้ามากกว่าประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร แต่ทางฝั่ง SE จะเป็นไม้เมเปิลชิ้นบางกว่าเอามาประกบ 3 ชิ้น (ไม่นับรวมปีกชิ้นเล็กๆตรงฐาน headstock) ตามแนวยาว ใช้ไม้ชิ้นเล็กกว่า ไม่ต้องเสาะหาไม้ใหญ่ ลดการปาดเนื้อไม้ทิ้ง ในขณะเดียวกันก็ให้คาแรคเตอร์เสียงที่ใกล้เคียงกันมาก การเข้าคอของทั้งสองรุ่นเป็นการเข้าคอด้วยกาว หรือ set-in neck และมาในโปรไฟล์บางสุดของค่ายนี้ (ถ้าไม่นับรวมบางรุ่นที่ศิลปินสั่งบางพิเศษ) โดยโปรไฟล์คอของตัว USA เป็น Pattern Thin ถ้าของ SE ก็จะเรียกว่า Wide Thin สายปั่นน่าจะชอบครับ

ลองดู SE Custom 24 ตัวนี้เพื่อความชัดเจนเรื่องการต่อไม้ของไลน์ SE ครับ

projectmusic.net

USA Holcomb 1 piece body and neck

https://reverb.com/au/item/2149118-prs-mark-holcomb-signature-u-s-model-1-of-60-limited-edition-2015-10-top

ฟิงเกอร์บอร์ดของกีตาร์ทั้งสองรุ่นใช้ไม้ ebony ซึ่งเป็นไม้ที่มีผิวสัมผัสที่เรียบ เล่นได้ลื่น มีความหนาแน่นสูง ให้โทนเสียงไบรท์ แต่ไม้ ebony ของรุ่น USA เป็นไม้จากประเทศกาบอง (Gaboon ebony) ซึ่งมีสีเข้ม เป็นมันเงากว่า ebony ของรุ่น SE

ฟิงเกอร์บอร์ดของทั้งสองรุ่นใช้เรเดียสแบนพิเศษ 20 นิ้วเท่ากันเป๊ะ ช่วยให้ดันสายง่าย เล่น single note ง่ายกว่าแบบโค้งๆ  เฟรททั้งสองรุ่นให้ไซส์ jumbo ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของลายเซ็นรีเควสท์ไว้ว่าต้องมี ไม่ว่าจะตัวราคาแพงหรือตัวราคาประหยัด

ภาคไฟฟ้า

ทั้งสองรุ่นใช้ปิคอัพเดียวกันเป๊ะ คือ Seymour Duncan Omega (treble) และ Alpha (bass) ซึ่งเป็นแม่เหล็ก ceramic high output 12.96k DC resistance คลีนใสเด้ง สะอาด ส่วนเสียงแตกคงไม่ต้องพูดถึง ดุดัน แต่ไม่แหลมบาดหูอย่างพวก EMG มีย่านกลางให้ใช้เยอะพอสมควร แต่เคลียร์ ไม่บวมเบลอ ไม่วินเทจ เป็นคาแรคเตอร์เสียงที่เหมาะกับการดร็อปสาย เล่น เปิด gain หนักๆ ถ้าเอามาดีดโน้ตสไตล์ percussive แบบเจ้าของลายเซ็นคงเหมาะเป็นอย่างยิ่ง แต่คงไม่เหมาะกับโทนหวานๆ อย่างแจ๊สหรือบลูส์นะครับ

สิ่งที่แตกต่างคือ รุ่น USA ใช้ blade switch 5 ทางเลือกปิคอัพ 1 วอลุ่ม 1 โทน ซึ่งวงจรต่างๆ ก็เป็นแบบ core Custom 24 USA แต่เวอร์ชัน SE ก็ใช้ชุดควบคุมตาม SE Custom ปีปัจจุบัน คือเป็น blade switch 3 ทาง 1 วอลุ่ม 1 โทน ปุ่มโทนตัดคอยล์ได้ จากที่ผมลองของจริงมา ไอ้การตัดคอยล์ของ SE Holcomb นี่ เวลาเปิด clean มันช่างสะอาด ไม่แอบแตก เด้งดี ตีคอร์ดฟังก์สนุกได้ใจเลยครับ ต้องลองเอง

ในเรื่องของการเลือกปิคอัพ ส่วนตัวผมชอบ blade switch 5 แก๊กของ USA มากกว่า เพราะจากที่เคยใช้มาทั้ง 5 way, 3 way push-pull ผมว่าไอ้ blade 5 แก๊กบ้านๆนี่แหละ สะดวกสุดในการใช้งานจริง แม้มันจะดูไม่หรูคลาสสิค แต่มันเร็ว เข้าถึงทุกออพชันเสียงด้วยการตวัดนิ้วก้อยลงไปหนึ่งครั้ง ซึ่งในส่วนนี้ SE ก็คงได้เปรียบออพชันเสียงที่มากกว่า คือรวมตัดคอยล์ด้วยก็จะมี 6 เสียง แต่เอาตรงๆนะ ถ้าไม่พอใจเราก็ยำเองได้นี่ครับ จะสนทำไม อะไหล่พวกนี้ไม่กี่บาทหรอก

USA Holcomb

SE Holcomb

 

อะไหล่

แน่นอน สิ่งหนึ่งที่รุ่น USA มีเหนือ SE คืออะไหล่ ตัว USA ได้ลูกบิดล็อกสาย PRS Phase III ใบลูกบิดสีดำเลียนแบบลายไม้ ebony โชว์เฟืองทองเหลืองและเสาทองเหลืองไม่ชุบโครเมี่ยม สิ่งละอันพันละน้อยที่ส่งผลต่อเสียงซึ่งลุงพอลไม่เคยมองข้าม ส่วนลูกบิดของ SE ก็เป็นแบบ OEM แบรนด์เกาหลี ไม่ล็อกสาย ปั๊มโลโก้ PRS นัทของตัว USA ก็ใช้แบบลื่นๆ เป็นวัสดุสังเคราะห์ผสมผงตะไบสัมฤทธิ์ (สัมฤทธิ์หรือ bronze คือโลหะผสมระหว่างทองแดงกับดีบุก) ตามสเปค CU24 core ส่วน SE ก็ตามสเปคของมัน คือเป็น OEM คุณภาพใช้งานได้แต่ไม่ลื่นเท่าของ USA

เท่าที่ผมทราบ นัทของ SE ทำมารองรับสายเบอร์ 0.009 นะครับ (ไม่แน่ใจว่าปัจจุบัน PRS ได้ปรับสเปค nut slot หรือยัง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ กีตาร์ SE ก็ยังมากับสายเบอร์ 0.009) ถ้าใส่เบอร์ 0.010 ผมคิดว่าอาจเจอปัญหาสายเพี้ยนง่ายเพราะติดนัท ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรอัพเกรดท้ังลูกบิดและนัทไปเลยจะดีมาก

ส่วนบริดจ์เป็นแบบไม่มีคันโยกที่เรียกว่า plate style ใส่สายทะลุจากด้านหลังออกไปพาด saddles ด้านหน้า ลักษณะการยึดฐาน plate ไว้กับบอดี้ของทั้งสองรุ่นแตกต่างกัน คือ ของ USA สกรู 5 ตัวถูกวางไว้หน้า saddles 2 ตัว และหลัง 3 ตัว แต่ของ SE สกรูทั้ง 5 ตัวกระจุกอยู่หลัง saddles  ในส่วนของวัสดุของ saddles และ adjustment screws ถ้าเป็นรุ่น USA ก็จะเป็นทองเหลือง แต่สำหรับรุ่น SE ก็เป็นเหล็กชุบโครเมี่ยมและสีดำ

ถึงแม้ SE จะไม่ได้อะไหล่ทองเหลืองอย่างรุ่นพี่ของมัน เท่าที่ผมลองมาผมสังเกตว่าการใช้งานจริงก็ไม่ได้ขี้เหร่เลย มี sustain ดีมาก โน้ตนิ่ง หางเสียงยาวแบบรู้สึกได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากโครงสร้างบริดจ์ที่ไม่มีคันโยกนั่นเอง

USA Holcomb plate style bridge 

http://www.cmcguitars.com

SE Holcomb plate style steel bridge

https://www.seymourduncan.com/forum/showthread.php?319705-NGD-PRS-Mark-Holcomb-SE-2017

อีกจุดหนึ่งที่แตกต่างคือ control knobs ที่รุ่น USA ใช้ของ Hipshot O-ring สีดำๆ ดูเท่ดี ส่วน SE เป็นแบบ knurled metal barrel knobs (คล้ายๆ ของพวก Ibanez RG) โลหะรมดำกลึงผิวเป็นปุ่มหนาม จับหมุน-ดึง ได้ง่ายๆ

USA Holcomb Hipshot volume knob

http://www.cmcguitars.com

งานประดับ

Holcomb USA ltd ให้อินเลย์นกกลวง (hollow birds) วัสดุ green abalone มา นกไม่เต็มตัวแต่ด้วยวัสดุธรรมชาติแท้ๆ และงานที่แสนละเอียด (เพราะวัสดุชิ้นเล็กกว่านกเต็มตัว) ก็ทำให้รุ่น USA มีเสน่ห์ที่น่ามอง การใช้วัสดุนี้รวมไปถึงลายเซ็นลุงพอลบน headstock แปะ ebony veneer สีดำสนิท สวยมากๆ สำหรับอินเลย์ของ SE เป็นนก old school birds ใช้วัสดุสังเคราะห์เป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง นกมาแบบเต็มตัวเน้นๆ เห็นแต่ไกลก็รู้ ไม่ต้องเดินเข้ามาเพ่งอย่างของรุ่น USA

USA Holcomb 

https://wildwestguitars.com/electric/prs-mark-holcomb-limited-edition

SE Holcomb

https://www.gbase.com/gear/paul-reed-smith-prs-se-mark-holcomb-holcomb-burst-2

นอกจากนี้ SE ยังมีการเดินเส้น fingerboard binding สีขาวตลอดขอบฟิงเกอร์บอร์ด ต่างจาก USA ที่ไม่มีตรงส่วนนี้ (แต่ USA ตัวต้นแบบที่เฮียแกใช้ มีบายดิ้ง) นี่อาจจะเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดจุดหนึ่งที่เราสามารถใช้แยกแยะ SE Holcomb จาก USA Holcomb ประโยชน์อีกอย่างของ binding  สีขาวคือ ช่วยให้เราดู side dots ซึ่งเป็นสีดำได้ชัดขึ้น สะดวกขึ้นเวลาเล่นในที่สลัวๆ แต่สำหรับ USA จะใช้ side dots แบบเรืองแสงแทนครับ

ในส่วนของการเคลือบ (finishing) ทั้ง USA และ SE ต่างก็ให้ความสำคัญกับความสบายในการเล่น โดยคอของทั้งคู่เคลือบซาตินด้านๆ ลื่นมือ สิ่งที่ต่างกันคือรุ่น USA ไม่ได้เคลือบด้านแค่คอ แต่ด้านทั้งตัว

USA Holcomb, charcoal burst

http://forums.prsguitars.com/threads/mark-holcomb-ltd-edition.11756/page-29

https://reverb.com/ca/item/5330042-prs-mark-holcomb-usa-custom-24-signature-charcoal-burst-10-top

SE Holcomb glossy body finish

davesguitar.com

Accessories

USA มากับเคส tolex สีดำกุ๊นขาวหัวท้ายมาตรฐาน core Custom  (เคยเห็นลูกค้าบางคนสั่งเคสเป็น paisley ก็มี) กีตาร์ limited รุ่นนี้ไม่มีใบรับรอง (certificate of authenticity) ไม่มีเอกสารบอกว่ากีตาร์รุ่นนี้เป็นลิมิเต็ด และก็ไม่ได้ run หมายเลขลำดับการผลิตไว้แต่อย่างใดนะครับ แค่เขียนไว้ใน bird tag ว่าเป็นกีตาร์รุ่น Mark Holcomb เท่านั้น ในขณะที่ SE ก็มากับ gig bag สวยๆ ตามมาตรฐานของ SE

USA Holcomb hardshell case

https://reverb.com/ca/item/5330042-prs-mark-holcomb-usa-custom-24-signature-charcoal-burst-10-top

 

ฟันธง

จากสเปคทั้งหมดที่ผมเล่ามา เพื่อนๆคงเห็นแล้วว่า สำหรับ SE Holcomb นั้น สิ่งที่ปรับลดลงไปจากรุ่น USA limited นั้นแทบไม่ลดทอนในเรื่องของการใช้งานของกีตาร์และสุ้มเสียงเลย ผสมไม้เหมือนกันแถมให้ปิคอัพเซ็ทเดียวกัน ถ้าจะมีความต่างก็ต่างก็เป็นเรื่องของความสวยงามซึ่ง SE ก็ไม่ได้ต่างจนน่าเกลียดแต่อย่างใด แต่เมื่อเทียบราคาของ SE (มือหนึ่ง) ที่ราวๆสามหมื่นบาท กับ USA มือสอง (มือหนึ่งไม่มีแล้ว) ราคาเริ่มที่แสนต้นๆ ก็ต้องบอกกว่า  SE Holcomb เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง และแม้จะเอา SE Holcomb ไปเทียบกับกีตาร์รุ่น SE Custom 24 ปี 2018 ซึ่งมีสเปคและราคาใกล้เคียงกันมากที่สุด (27,300 บาท)  ผมก็ยังขอฟันธงว่า SE Holcomb คุ้มกว่า น่าเล่นกว่า เท่กว่า (เรื่องนี้วัยรุ่นซีเรียส ฮ่าๆ) ในส่วนต่างราคาแค่ 3000 บาทเท่านั้น (ข้อมูลราคาจากหน้าเว็บตัวแทน ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2561) ดังนั้น สำหรับใครที่แพลนว่าจะสอย SE Custom 24 ผมขอแนะนำให้ลอง SE Holcomb ก่อนค่อยตัดสินใจ จะได้ไม่ต้องบ่นเสียดายทีหลังครับ

แต่สำหรับใครที่ไม่เดือดร้อนในเรื่องงบประมาณ โดยเฉพาะเพื่อนๆที่ชอบสะสม Custom 24 USA ผมขอเสนอว่าหา PRS Mark Holcomb USA limited เข้ามาไว้ในคลังแสงของท่านสักตัวก็น่าจะดีไม่น้อยนะครับ เพราะมันมีหลายอย่างที่ Custom 24 ไม่มี ต่อให้เป็น Artist Package ก็เถอะ เช่น สเกล 25.5″, plate style fixed bridge, all satin finish เล่นก็ลื่น เสียงแตกดุดัน เสียงคลีนใสเป็นแก้ว โน้ตนิ่งซัสเทนยาว ก็ฝากไว้พิจารณาครับ

 

buying tips เช็กสักนิดก่อนซื้อ…

ก่อนจากขอฝากข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆ สำหรับใครที่สนใจจะจัด ลองดูตรงนี้นิดนึงก่อนนะครับ

  • แม้  Mark Holcomb USA ltd สเปคมาตรฐานของไม้ท็อปจะเป็น 10 top แต่เท่าที่เห็น มีบางตัวลายไม้ไม่โดดเด่นสวยงามอย่างที่ 10 top ควรจะเป็น ดังนั้นถ้าใครจะหามือควรเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะในช่วงปี 2015 ลายไม้ของเกรด 10 top เริ่มไม่โอเคเหมือนยุค 2000s แล้วล่ะ ต้องดูเป็นตัวๆไป
  • SE Holcomb ก็เช่นกัน แม้จะใช้ maple veneer เป็นลายท็อป แต่ลายก็ไม่ได้สวยเหมือนกันหมด ก็ต้องคัดรายตัวเหมือนกัน แต่อาจหาง่ายหน่อยเพราะมีตัวเลือกเยอะ
  • สี Holcomb burst  รวมทั้งสี black gold burst (เฉพาะ USA) ขอบบอดี้ไม่มีเส้น binding นะครับ
  • สี Holcomb burst ของ SE ตรงสีม่วงบางทีมีเฉดสีแตกต่างกันครับ ม่วงเข้มบ้าง อ่อนบ้าง
  • SE Holcomb ที่ผมเคยลองของจริงมา เคยเจอปุ่ม knobs ที่ไม่ได้ฉาก ไม่ได้ระนาบ ลองนึกถึงเวลาเราขับรถตามหลังรถยนต์คันหน้าที่ล้อเบี้ยวอะครับ จะเห็นว่าล้อมันโบกๆ ตอนจะซื้อลองหมุนๆเช็กดู แต่ส่วนตัวคิดว่าตรงนี้ไม่ส่งผลต่อการทำงานของกีตาร์นะครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านคร้าบ

 

อะ gallery ส่งท้าย

USA Holcomb, black cherry

http://www.mattsmusic.com/217943-prod.html

USA Holcomb, black gold burst

http://www.sevenstring.org/threads/prs-mark-holcomb-signature.314609/

USA Holcomb, jade 

นี่คือ 10 top จริงๆ นะครับ

http://www.sevenstring.org/threads/prs-mark-holcomb-usa-limited-edition-jade-green-1-piece-quilt-top.316545/

SE Holcomb

บางที veneer ก็สวยกว่า 10 top ฮ่าๆๆ

https://forums.prsguitars.com/threads/ngd-se-mark-holcomb.18757/

 


กลุ่มเฟสบุค PRS Club Thailand แอดเข้ามากันได้ คลิกที่นี่ครับ

กด Like page ของผมได้ที่นี่จ้า