รีวิวกีตาร์ PRS S2 Vela HHT

Gear Reviews รีวิวเครื่องดนตรี ,

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีกีตาร์ PRS มารีวิว มันคือ S2 Vela HHT ที่เพิ่งเปิดตัวเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมานี้เอง S2 Vela เป็นกีตาร์รุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเท่ในแบบของตัวเอง จะน่าสนใจยังไงนั้น ตามผมมาครับ

S2 Vela คือกีตาร์ PRS ในซีรีส์ S2 (ซีรีส์ราคาประหยัดจากโรงงาน PRS USA) เป็นกีตาร์ที่จะเรียกว่าเป็นรุ่นอินดี้ของค่ายนกก็ว่าได้ คือมาในทรง offset เส้นสายโค้งมนมีความอสมมาตร ติดปิคการ์ดทรงสวยงามแปลกตาดูไม่เหมือน PRS ที่ทุกคนคุ้นเคย รวมทั้งภาคไฟฟ้าและอะไหล่บางชิ้นก็มีความเฉพาะตัวในแบบของมัน

S2 Vela ในเวอร์ชันแรกเริ่มตั้งแต่ปี 2015 มากับชุดปิคอัพเฉพาะรุ่นของมัน คือปิคอัพตำแหน่ง bridge เป็น humbucker แต่ neck เป็น single coil ซึ่งต่อมาในปี 2025 ก็อัพเดทตำแหน่ง neck เป็น mini humbucker คือจะสังเกตได้ว่า PRS จะพยายามรักษาโทนที่ตำแหน่งนี้ให้มีลักษณะหน้าแคบ (narrow aperture) เพื่อให้การตอบสนองมีความกระชับกว่ากีตาร์ PRS รุ่นอื่นๆ ที่เป็น HH ส่วนบริดจ์ก็เป็นแบบ fixed แบบแปลกๆ คือดูเผินๆ คล้ายๆแนว tele แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว มองดูให้ความรู้สึกว่ากีตาร์น่าจะถูกตั้งใจทำให้เล่นโทนใสสว่าง ซึ่ง PRS ก็ผลิตภายใต้ design concept แบบนี้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

S2 Vela เวอร์ชันแรกซึ่งเปิดตัวในปี 2015
Photo credit: prsguitars.com

ในปี 2024 PRS อัพเดท S2 Vela ด้วยชุดปิคอัพใหม่ที่ผลิตในโรงงานที่อเมริกา เช่นเดียวกับ S2 ทุกรุ่นที่ผลิต อ่านรีวิว PRS S2 Vela เวอร์ชัน 2 ได้ที่นี่ครับ

S2 Vela Satin เวอร์ชั่น 2 (ปี 2025)

แต่ในปี 2026 PRS งอก S2 Vela เวอร์ชั่นใหม่ (ณ วันที่เขียนรีวิวนี้ S2 Vela เวอร์ชั่น mini hum + hum ก็ยังขายอยู่) ในชื่อ S2 Vela HHT คำว่า HHT ก็สื่อถีง humbucker + humbucker + tremolo หรือ HH บริดจ์คันโยกนั่นเอง แต่เอ๊ะ แล้ว PRS แก้แบบอย่างนี้ S2 Vela จะไม่กลายเป็นเหมือนรุ่นอื่นๆ หรอกรึ? เราไปหาคำตอบด้วยกันครับ

  • Model: S2 Vela HHT (2025)
  • Country of origin: USA
  • Construction: set
  • Body wood: mahogany, beveled, with pickguard
  • Neck wood: mahogany, scarfed joint under nut area
  • Neck shape: Pattern Regular
  • Fingerboard: Rosewood
  • Fingerboard inlay: birds, plastic
  • Scale length: 25″
  • Fingerboard radius: 10″
  • Electronics
    • Pickups
      • Neck: PRS DS-01, 7.89k DCR
      • Bridge: PRS DS-01, 7.92k DCR
    • 3 way toggle pickup selector
    • 1 volume, 1 push/pull tone for coil tap
  • Tuners: PRS Phase III locking with black wing buttons
  • Bridge: PRS SE tremolo with brass tone block
  • Finish: 13 finishes including gloss and satin – all nitro
  • Accessories: PRS Premium Gig Bag and adjustment tools
  • ราคา: 70,400 บาท (03/2026)

Construction

โครงสร้างของ S2 Vela HHT ก็ตามสูตรคลาสสิคของ PRS ยุคแรกเริ่ม คือใช้ไม้มาฮอกกานีทั้งบอดี้ ชิ้นเดียว ไม่มีท็อปเมเปิล ส่วนคอก็เป็นไม้มาฮอกกานีซึ่งจะมีการต่อไม้ตรงใต้นัทกับตรงฐานคอตามกรรมวิธีของ S2 Series ซึ่งเน้นการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ลดการเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด บอดี้ของ S2 models จะไม่มีการทำเคิร์ฟไวโอลินโค้งมนสวยๆ แต่จะใช้วิธีปาดมุม (beveled body) แทน ซึ่งผมว่าตอนเล่นมันก็แนบสีข้างกับใต้ท้องแขนพอดีๆ กำลังสบาย S2 Vela ทุกรุ่นออกแบบบอดี้มาให้ติดปิคการ์ดซึ่งยึดปิคอัพและอะไหล่วงจรเอาไว้

ส่วนคอมาในเชพ Pattern Regular ซึ่งจะมีความ v นิดๆที่กลางคอ และความกว้างนัท 42 มม. ฟิงเกอร์บอร์ดเป็นไม้ rosewood สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มี 22 เฟรท เรเดียส 10 นิ้วตามสูตรของค่ายนก อินเลย์นกทำจากวัสดุพลาสติก

S2 Vela HHT ตัวนี้มาในสี Cloud Burst Satin สีฟ้าขาวสดใสทั้งตัว เคลือบด้านด้วยสารเคลือบแบบไนโตรบางเฉียบสูตรเฉพาะของ PRS ถ้าสังเกตใกล้ๆ จะเห็นหลุมเสี้ยนไม้ชัดเจน แม้ชั้นสีจะไม่ถึงกับบางแบบ open pores ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าโชว์ความดิบมีเสน่ห์ตามธรรมชาติของไม้มาฮอกกานี ส่วนตัวผมชอบสัมผัสแบบนี้ มันดูเพียว มีความสวยงามแบบไม่มีอะไรบดบัง และงาน finishing แบบ nitro satin แบบนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างคือเสียงดีดเปล่าจะดังกังวานมาก เพราะไม่มีชั้นเคลือบใสหนาๆ ห่อหุ้มไม้เอาไว้

น้ำหนักกีตาร์ตัวนี้อยู่ที่ 3.16 กก. หนักกว่า S2 Vela Satin 2025 (2.96 กก.) ที่ผมเคยรีวิวไปอยู่ 200 กรัม ส่วนต่างของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็เนื่องมาจากชุดคันโยกเป็นสำคัญ และแม้รูปทรง offset ของมันจะดูไม่สมมาตร แต่กีตาร์ทดสอบตัวนี้มีบาลานซ์ที่ดี หัว-ท้าย ไม่ตก

S2 Vela ทรงเค้าสวยนะ
มันแปลกตาดีนะ S2 Vela ติดคันโยกเนี่ย แต่ยังไงก็สวย
มองใกล้ๆ จะเห็นเสี้ยนชัดเจน จุดเริ่มต้นของโทนที่ดีเริ่มจากตรงนี้
สำหรับผมที่จับ S2 Vela มาหลายตัว ยอมรับว่ารู้สึกแปลกตาที่เห็นกีตาร์รุ่นนี้มีฝาปิดกลไกคันโยก
ดูใกล้ๆ สังเกตเห็นอะไรแผลกๆ ไหมครับ
ตรงนี้ผมโชว์ให้ดูว่า S2 บอดี้มาฮอกกานีใช้ไม้ชิ้นเดียวมาตรฐานเดียวกับ Core Series เลยแหละ
ตรงช่วงเลี้ยวจากคอไป headstock คือจุดที่มีการต่อไม้ แต่ S2 ตัวนี้ต่อได้เนียน
น้ำหนักค่อนข้างเบา

Hardware

S2 Vela HHT มากับอะไหล่ที่พร้อมใช้ลุยงานแบบไม่ต้องการอัพเกรด เริ่มจากชุดลูฏบิดล็อกสาย PRS Phase III พร้อมใบลูกบิดดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาที่เรียกว่า Wing Buttons สีดำ ชุดลูกบิดนี้เป็นการอัพเกรดจาก S2 Vela เวอร์ชันปกติซึ่งใช้ลูกบิดแบบไม่ล็อกสาย

และไฮไลท์ของรุ่นนี้คือการเปลี่ยนจาก fixed bridge มาเป็นชุดคันโยก ความน่าสนใจมันอยู่ที่ เมื่อเรามองจากด้านหน้า มันก็ดูเหมือนชุดคันโยกของ SE ที่ PRS ติดตั้งมาใน S2 Series มาตลอดสิบกว่าปีตั้งแต่มี PRS ซีรีส์ S2 วัดเส้นผ่านศูนย์กลางก้านคันโยกยังไงนี่ก็ชุดคันโยก SE ชัดๆ แต่ผมถึงกับร้อง เฮ่ย! เมื่อพลิกดูด้านหลังผมกลับพบว่า tone block เป็นทองเหลืองสีทองอร่ามแทนที่จะเป็นบล็อคเหล็กสีเทาดำทื่อๆ ของ SE อย่างที่ผ่านมา คุณสมบัติของโทนจากโลหะทองเหลืองคือมันจะมีความกังวานสดใสมีมิติ ต่างจากโลหะเหล็กที่จะให้ความคม ชัด เด่นเรื่องความโฟกัสมากกว่าความกังวาน อันนี้ถือเป็น big upgrade ของ S2 Series ที่ PRS ไม่ได้ประกาศไว้ อย่างไรก็ดี แม้ tone block จะได้รับ major upgrade แต่ฝา cavity cover ก็ยังแปะไว้บนผิวบอดี้ ดู look cheap เหมือนเดิม ไม่ได้ฝังจมลงไปเนี้ยบๆ อย่างของ Core Series

volume และ tone knobs เป็นแบบ Lampshade ซึ่งยกมาจาก Core Series สวิทช์เลือกตำแหน่งปิคอัพเป็น toggle 3 ทางเข้าใจง่าย Tone ดึงตัดคอยล์ได้ทั้งสองตำแหน่ง จากเดิมที่ตัดคอยล์ humbucker เฉพาะตำแหน่ง bridge

ลูกบิด PRS Phase 3 ล็อกสาย อัพเกรดจากลูกบิดไม่ล็อกของเวอร์ชั่นไม่มีคันโยก อันนี้ก็แปลกตาสำหรับผมเหมือนกัน
ชุดคันโยกเมื่อมองจากด้านหน้า saddles แบบนี้ plate แบบนี้ ดูยังไงมันก็ชุดคันโยกของ SE ชัดๆ
ใช้เครื่องมือในชุด ขันตั้งความหนืดของก้านคันโยกที่ตรงนี้นะครับ
อันนี้ Fixed bridge ที่มากับ S2 Vela เวอร์ชันปกติ
ในที่สุด S2 ก็ให้คันโยกบล็อคทองเหลือง
ตัวอย่างบล็อกคันโยกของ SE ที่ติดตั้งมาใน S2 รุ่นที่ติดคันโยกทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2013 ในรูปนี้คือ S2 Studio (2025)
PRS Lampshade knobs สวยงาม

Electronics

ระบบไฟฟ้าก็เป็นอีกส่วนที่อัพเดทใหม่สำหรับ Vela HHT ด้วยปิคอัพรุ่น DS-01 ทั้งสองตำแหน่ง ปิคอัพรุ่นนี้ผลิตในโรงงาน PRS ที่อเมริกา ค่า DCR ตำแหน่ง bridge คือ 7.92k และ 7.89 ที่ตำแหน่ง neck ซึ่งแม้ตัวเลขจะดูต่ำ แต่สำหรับแบรนด์ PRS ยุคนี้ นี่ยังไม่ใช่ปิคอัพที่มีเอาท์พุทต่ำที่สุด ดีไซน์ของปิคอัพรุ่นนี้ออกแบบให้แท่ง slugs โผล่พ้นฝาครอบออกมาเพื่อสร้างโทนที่สว่างขึ้นกว่าปิคอัพดีไซน์ปกติ ซึ่งโทน S2 Vela ตั้งแต่เจนแรกก็ถูกวางตำแหน่งให้เป็นกีตาร์โทนไบรท์กว่ารุ่น Custom อยู่แล้ว

DS-01 ทั้งสองตำแหน่งสามารถตัดคอยล์ได้ด้วยการดึง Tone ขึ้น ซึ่งลักษณะการตัดคอยล์จะเป็นการ tapping โดยการติด capacitors ไว้ที่ push/pull tone pot วิธีการตัดคอยล์แบบนี้คือยอมให้สัญญาณบางส่วนยังผ่านได้ขณะตัดคอยล์ เพื่อให้โทนตัดคอยล์ยังมีเนื้อเสียงที่ใช้งานได้ ไม่ดรอป ไม่บางกรอบเกินไป ที่สำคัญไม่จี่ ผมคิดว่าอันนี้เป็น solution ที่โอเคและดู efficient ทั้งในแง่ต้นทุนการผลิตและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานจริง

อะไหล่วงจรถูกติดตั้งบนแผ่นปิคการ์ด 3 ชั้นดีไซน์โค้งมนสวยงาม ชุด output jack ยกมาจาก Core Series ดูแข็งแรงสวยงาม

ปิคอัพ DS-01 ผลิตในอเมริกา การ wiring ถือว่าจัดระเบียบได้เรียบร้อยดี

Accessories

S2 ทุกรุ่นรวมทั้ง Vela HHT มากับกระเป๋า PRS Premium Gig Bag เป็นกระเป๋าคุณภาพสูงที่หนา นุ่ม ขอบแข็ง คงรูปได้ดี ให้การปกป้องที่ดี สะพายสบายไม่เจ็บหลังอย่างกระเป๋าของ SE ส่วนตัวผมชอบกระเป๋าแบบนี้มาก

ในกระเป๋าหน้าของ gig bag มีซองเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ประแจปรับความแน่นของเบ้าก้านคันโยก ประแจขันคอ ฯลฯ ใส่มาให้

Finishes

ปีนี้ PRS มาแปลก เพราะ S2 Vela HHT รุ่นเดียวมาทั้ง finishes ทั้งแบบเคลือบเงาและสีด้าน (คือปกติจะเรียกชื่อรุ่นแยกกัน เช่น S2 Vela กับ S2 Vela Satin) ซึ่งความเห็นของผมก็คิดว่าควรทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว จะได้ไม่เปลืองสมองจำชื่อรุ่นแยกกันทั้งๆ ที่มันก็สเปคเดียวกัน เอาหละ สำหรับ Vela HHT มีด้วยกัน 13 สี เป็นแบบเคลือบเงา 6 สีและเคลือบด้าน 7 สี ผมโหลดตัวอย่างสีจากเว็บ prsguitars.com มาให้ชมกันแล้วตามนี้ครับ

Gloss finishes (สีเคลือบเงา):

Black Rainbow Holoflake
Antique White
Black
Dark Cherry Sunburst
Metallic Midnight
Red Apple Metallic

Satin finishes (สีเคลือบด้าน):

Cloud Burst Satin (สีเดียวกับตัวที่รีวิว)
Matcha Green Satin
Mavis Mint Metallic Satin
Metallic Midnight Satin
Pearl White Satin
Platinum Metallic
Red Apple Metallic Satin

ผมลองเสียงด้วยแอมป์ PRS Archon 50 (v.2) อัดเสียงด้วย Zoom H5 สำหรับคลิปนี้ผมจะลองโทนเสียงและอธิบายพร้อมกันไปเลยในคลิปเดียว เผื่อสะดวกสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบอ่านบทความยาวๆ ครับ

เสียงคลีน S2 Vela HHT ยังให้โทนที่ค่อนไปทางสว่าง ผมรู้สึกชอบเสียงตัดคอยล์ตำแหน่ง neck เป็นพิเศษ ใส กังวาน เปิดก้อนแตกอ่อนเบาๆ นั่งลองมันหน้าแอมป์หลอด เป็นอะไรที่ฟินมาก

เสียงแตก ด้วยโทนที่ค่อนข้างสว่างอยู่แล้ว แถมเคลือบไนโตรด้านๆ บางๆ ทั้งตัว ทำให้เสียงแตกของ S2 Vela HHT มีความไบรท์ เคลียร์ ชัด ไม่อับอู้แม้จะสร้างจากไม้ mahogany แทบทั้งตัว

ผมมองว่ามันเหมาะกับสไตล์วาไรตี้ เน้นว่าวาไรตี้จริงๆ เหตุผลเพราะช่วงย่านเสียงมันกว้าง มันมีความใสสว่างที่เหมาะกับเล่นเพลงป๊อปหรือป๊อปร็อคตลาดทั่วไปได้อย่างเหมาะเจาะ ตัดคอยล์ก็ใส ส่วนโทน humbucker ก็มีส่วนผสมระหว่างความสว่างกับย่านเบสที่ลงตัว เบสไม่ท่วม แหลมไม่อับ น้ำหนักก็เบา นี่อาจจะเป็น S2 Vela เวอร์ชันที่ดีที่สุดก็เป็นได้

สำหรับรีวิว PRS S2 Vela HHT ของผมก็จะมีประมาณนี้นะครับ เลือกช่องทางรับข้อมูลกันได้ตามสบายทั้งแบบข้อความบรรยายและวิดีโอ ผมพยายามทำเนื้อหาให้เพื่อนๆ เข้าถึงได้ง่ายที่สุดครับ

ขอขอบคุณร้าน Music Collection เอื้อเฟื้อกีตาร์สำหรับทดสอบมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ รีวิวนี้มีการ sponsor จากทางร้านเล็กน้อย แต่ขอรับรองว่าผมถ่ายทอดข้อมูลไปตามข้อเท็จจริงที่พบจากการทดลองใช้งานทุกประการ หากเพื่อนๆ สนใจ หรืออยากเช็กข้อมูลที่ผมบอกกล่าวไป ก็สามารถไปทดลองด้วยตัวเองที่ร้าน Music Collection ทุกสาขาครับ (แนะนำว่าแชทถามเพจสาขาที่จะไปก่อนนะครับว่ามีของมั้ย จะได้ไม่เสียเที่ยวครับ)

ผมตั้งกลุ่มเฟสบุคชื่อ PRS Thailand ไว้ให้คนรักกีตาร์แบรนด์นกพูดคุยซื้อขายกัน สนใจก็ตามไปที่กลุ่มได้ครับ สำหรับวันนี้ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามนะครับ

-แอดมินหมู-