รีวิว PRS Swamp Ash Special (2025)

Gear Reviews รีวิวเครื่องดนตรี , ,

Key takeaways:

กีตาร์แบรด์ Paul Reed Smith (PRS) นอกจากจะมีรุ่น Custom ที่หลายคนชื่นชอบ ก็ยังมีกีตาร์อีกหลายรุ่นที่เพื่อนๆ อาจจะไม่คุ้นตา เป็นรุ่นนอกกระแสแต่น่าใช้ อย่างบทความรีวิวตอนที่แล้วที่ผมเอา S2 Vela Satin มาแนะนำนั่นก็เป็นกีตาร์นอกกระแสรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ

สำหรับวันนี้ขอไปต่อที่ PRS รุ่น Swamp Ash Special เวอร์ชัน 2025 กีตาร์ PRS สายอินดี้ที่มีดีน่าสนใจไม่แพ้รุ่นหลักครับ

PRS รุ่นใหม่เหรอ ไม่คุ้นเลย

อันที่จริง PRS Swamp Ash Special (ขอเรียกย่อๆ ว่า SAS) มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 1996 มันป็นกีตาร์ที่ PRS ตั้งใจออกแบบมาให้โทนที่ใส สว่าง ค่อนไปทาง Fender ซึ่งเป็นความสามารถที่รุ่น Custom 24 ก็ทำได้ยาก SAS จึงไม่ใช่แค่ PRS ที่ตัดคอยล์ได้ อะไรแบบนั้น แต่ PRS แทบจะคิดใหม่หมดตั้งแต่ไม้ ยันโครงสร้างและปิคอัพ เกิดเป็นกีตาร์รุ่นใหม่ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวขึ้นมา PRS จัดประเภทกีตาร์นอกกรอบแบบนี้ให้อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่ากีตาร์ Specialty (แปลว่าความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทาง)

หลักๆ แล้ว มันต่างจากรุ่น Custom 24 ตรงไหนบ้าง?

ผมรู้ว่าเพื่อนๆ น่าจะติดภาพกีตาร์แบรนด์ PRS จากรุ่น Custom 24 และคงสงสัยว่า SAS ต่างกันตรงไหนบ้าง ผมสรุปมาให้ตามนี้ครับ

  • บอดี้ SAS ใช้ไม้ swamp ash (ตามชื่อรุ่น) ไม่ใช่ mahogany + ท็อป maple แบบที่ PRS ใช้ในกีตาร์เกือบทุกรุ่นรวมทั้ง Custom 24
  • คอใช้ไม้ maple ไม่ใช่ mahogany
  • คอต่อกับบอดี้ด้วยสกรู (bolt-on neck-body assembly) ไม่ใช่ติดกาว (set-in neck)
  • SAS ที่ผลิตอเมริกา เชพคอมักเป็นเชพอ้วน หรือเชพที่ให้สัมผัสเต็มไม้เต็มมือกว่าเชพบางของ Custom 24
  • SAS มี 22 เฟรท ไม่ใช่ 24
  • SAS รุ่นที่ผลิตที่อเมริกาใช้ปิคอัพเซ็ทเฉพาะ หรือปิคอัพที่มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะสม ไม่แชร์ปิคอัพกับรุ่น Custom 24
Swamp Ash Special เวอร์ชันแรก ตัวในมือผมนี้ผลิตปี 2006
25th Anniversary Swamp Ash Special Narrowfield นับเป็นเวอร์ชัน 2 ของกีตาร์ตระกูล SAS ผลิตปี 2010 เพื่อฉลองช่วงเวลาครบรอบ 25 ปีการก่อตั้งแบรนด์
(Photo credit: guitarchimp.com)

SAS อยู่คู่ไลน์ผลิตมานาน ตั้งแต่ปี 1996 – 2009 ก็เวอร์ชันนึง 2010 – 2011 ก็มาในเวอร์ชันฉลองครบรอบ 25 ปี เมื่อปีที่แล้วก็มีเปิดตัว SAS ในซีรีส์ SE

SE Swamp Ash Special (2025)
(Photo credit: prsguitars.com)

และหลังจากหายหน้าหายตาจากสายการผลิตในโรงงานที่ USA ถึง 14 ปี ในปีนี้ก็มาถึงคิว SAS เวอร์ชันสามที่อยู่ในมือผมนี้

และยังมีเวอร์ชั่นบอร์ดเมเปิลด้วยนะครับ

PRS Swamp Ash Special Maple (2025)
(Photo credit: prsguitars.com)

สเปคเป็นยังไง

  • Model: PRS Swamp Ash Special (2025)
  • Body: Swamp ash, 2 pieces
  • Neck-body assembly: Bolt-on
  • Neck: Scarfed-joint, flat sawn maple
  • Neck profile: Pattern Regular, satin finish
  • Fingerboard: Rosewood
  • Fingerboard inlay: Hollow birds, synthetic
  • Scale length: 25
  • Fingerboard radius: 10″
  • Number of frets: 22
  • Electronics:
    • 1 volume, 1 tone, 2 mini toggle switches for coil tapping
    • 5 way blade for main pickup selector
    • Neck & bridge pickups: PRS 58/15 LT set
    • Middle pickup: PRS Narrowfield
  • Tuners: Phase III locking with wing buttons
  • Bridge: PRS SE tremolo
  • Finish type: PRS nitrocellulose
  • Accessory: PRS premium gig bag

อย่างที่ผมบอกไปข้างต้น เป้าหมายของ PRS ที่สร้างรุ่น SAS ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1996 คือ อยากให้มีรุ่นที่ให้โทนไปทาง Fender ใสๆ ไบรท์ๆ มีความเด้งแบบธรรมชาติ ซึ่งถ้าจะแค่เอา Custom 24 มาต่อวงจรตัดคอยล์นั้นยังไงก็ทำไม่เนียน PRS จึงคิดสเปคใหม่หมด สำหรับ SAS (USA) เวอร์ชั่น 3 นี้ก็ยังรักษาระยะห่างจากรุ่น Custom 24 ได้ชัดเจนเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด

อีกอย่างที่ควรทราบด้วย คือ SAS ตัวใหม่นี้มาในสเปคของ Bolt-on Series (ระดับเดียวกับ CE 24) กรรมวิธีการผลิต มิติของไม้ เกรดอะไหล่ อุปกรณ์ ราคา มาในเกรดเดียวกับ CE 24 ซึ่งระดับราคาย่อมเยากว่า Core Series มาก

ไม้และโครงสร้าง

และเพราะ SAS ไม่เหมือน Custom 24 บอดี้ก็ต่างกันแล้ว เพราะใช้ไม้ swamp ash 2 ชิ้น ลวดลายสวยงามต่อกันตรงกลางตัว ความหนาบอดี้เทียบได้กับ CE 24 เวอร์ชั่นปัจจุบัน (บางกว่า Core Custom) SAS แต่ละตัวจะมีลุคที่ต่างกันไป เนื่องจากลายไม้ swamp ash มีลวดลายที่ชัดเจนและเฉพาะตัวชัดเจนกว่าพวกเมเปิลลายเฟลม สำหรับตัวนี้เป็นสี Jasper Smokeburst แต่ยังมีอีกหลายสีให้เลือกนะครับ

ไม้คอทำจากไม้เมเปิล ต่อกับบอดี้ด้วยสกรู 4 ตัว ส่วนของคอสร้างจากไม้เมเปิลเลื่อยแบบ flat sawn มีการต่อไม้ด้วยกาวเป็นแนวเฉียงบริเวณใต้นัทซึ่ง PRS เรียกการสร้างคอด้วยเทคนิคนี้ว่า scarfed-joint neck construction และมีการต่อไม้อีกชิ้นตรงโคนเพื่อขึ้นรูปให้เป็นส่วนฐานคอโดยไม่ต้องเปลืองไม้ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวทำคอเหมือนอย่าง Core Series เชพคอเป็นแบบ Pattern Regular เป็นเชพที่นัทแคบกว่าเชพอื่นๆ แต่ด้านหลังคอจะปูดออกตรงกลาง ออกแนวๆ soft V นิดๆ ไม่ถึงกับเป็นสันเหลี่ยม แต่บอกได้ว่าไม่แบนอย่าง Pattern Thin ของ Custom 24 ซึ่งก็เป็นปกติของรุ่น SAS (USA) ที่ไม่ใช้คอเชพบางมาแต่ไหนแต่ไร นั่นก็เพื่อจะสร้างฟีลที่ค่อนไปทางวินเทจให้มากกว่ารุ่น Custom 24 นั่นเอง ผิวสัมผัสของคอเก็บงานด้วยแลคเกอร์ไนโตรด้านช่วยให้ลื่นมือ เล่นสบาย และโชว์ลายไม้ดูสวยงาม

การสร้างคอแบบ scarfed joint เป็นกรรมวิธีที่ใช้กับรุ่น bolt-on ในปัจจุบัน

เฟรทมี 22 ช่อง ความยาวสเกล 25 นิ้ว เฟรทในๆ มีพื้นที่เหลือๆ ฟิงเกอร์บอร์ดใช้ไม้ rosewood เรเดียสโค้ง 10 นิ้วตามปกติของกีตาร์ยี่ห้อนี้ อินเลย์เป็นนกที่ดูกลวงๆ (ภาษาในวงการเรียกกันว่า Hollow birds) วัสดุเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งสีคล้ายกระดูก

อินเลย์นกกลวง

ระบบไฟฟ้า

นอกจากไม้และโครงสร้างแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้ SAS เป็น SAS ก็คือระบบไฟฟ้า เพราะกีตาร์รุ่นนี้จะมากับ pickup configuration ที่ให้คาแรคเตอร์โทนใกล้เคียงกับชุดปิคอัพแบบ HSH ผมใช้คำว่า “ใกล้เคียง” เพราะ PRS ไม่เคยใช้ปิคอัพแบบ HSH ในกีตาร์ตระกูลนี้เลยแม้แต่รุ่นเดียว และสำหรับ SAS รุ่นสามก็มากับปิคอัพเซ็ทแบบนี้:

  • PRS 58/15 Low Turn สำหรับตำแหน่ง neck และ bridge ค่า DCR 7.63k เท่ากันเพราะที่จริงมันคือปิคอัพตัวเดียวกัน
  • PRS Narrowfield สำหรับตำแหน่งกลาง ค่า DCR 3.85k
  • Blade switch 5 ทาง เป็นตัวเลือกตำแหน่งปิคอัพ
  • Mini toggle 2 ตัวไว้สับตัดคอยล์ปิคอัพ 58/15 LT

โดยผสมเสียงรวมกันได้มากถึง 12 แบบ ปิคอัพทุกตัวในเซ็ทนี้เป็น humbuckers แม้แต่ Narrowfield (NF) ที่เห็นตัวเล็กๆ นั่นก็เป็น mini humbucker ชนิดหนึ่งที่ PRS พัฒนาขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ปิคอัพ NF ออกแบบมาเพื่อให้ความอุ่นแบบโทนวินเทจแต่จำกัดความบวมของย่านกลางและย่านเบสด้วยการออกแบบให้หน้าปิคอัพแคบลงกว่าปกติ ปิคอัพ NF จะถูกเรียกใช้งานเฉพาะแก๊ก 2 หรือ 4 (แก๊กผสม bridge หรือ neck pickup) เท่านั้นนะครับ การต่อวงจรของ PRS รุ่นนี้ แก๊กกลางไม่ได้ใช้งานใช้ปิคอัพตัวกลาง แต่เป็นการผสมปิคอัพตัว neck กับ bridge โดยที่เราก็เลือกได้อิสระว่าจะให้สองตำแหน่งนั้นต่อคอยล์อย่างไร เช่นอาจเป็น HH SH HS หรือ SS ก็ได้หมด

สำหรับ 58/15 LT ก็เป็นโทนวิจเทจ เอาท์พุทต่ำ ฝานิเกิลปัดด้านแกะชื่อรุ่นไว้ที่มุมล่างขวา ปิคอัพคู่นี้สามารถตัดคอยล์ได้ด้วยการสับสวิทช์ mini toggle ตัวเล็กๆ สองตัว (สับลง = humbucker, สับขึ้น = ตัดคอยล์) แรกเริ่มเดิมทีเป็นปิคอัพประจำตัวกีตาร์รุ่น McCarty 594 ซึ่งเป็นกีตาร์แนววินเทจที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Gibson Les Paul ยุค 50s ดังนั้นก็เดาได้เลยว่าโทน SAS 2025 น่าจะไปทางนุ่มนวล เพียงแต่จะนวลแบบไหนเท่านั้นเอง อีกอย่างที่น่าสังเกตคือปิคอัพ LT ตำแหน่ง neck หันด้านสกรูไปทางฝั่งคันโยกเพื่อให้คอยล์ในของ neck humbucker หันออกด้านนอก เพื่อว่าตอนตัดคอยล์ คอยล์ที่ถูกจับหันออกด้านนอกนั้นจะรับการสั่นของสาย ณ จุดที่ไกลบริดจ์ที่สุด ซึ่งก็คือจุดที่ให้เสียงอุ่นกลมที่สุด จนได้มาซึ่งเสียงตัดคอยล์ตำแหน่ง neck ที่อุ่นหนาที่สุด นั่นเอง

ปิคอัพ 58/15 LT ฝาปัดด้าน สวยงาม
ตัดคอยล์ปิคอัพ LT ด้วย mini toggles 2 อันนี้

อะไหล่และอุปกรณ์

ในส่วนของอะไหล่ ไฮไลท์สำคัญผมมองไปที่ชุดลูกบิด Phase III เวอร์ชันใหม่ใบทรงปีกสีขาวกระดูก เสาทองเหลือง โชว์เฟืองด้านหลัง ผลิตโดยบริษัท Han Chang ที่เกาหลี นัทเป็นคอมโพสิตของ PRS ผลิตเองที่อเมริกา ฝา knobs ก็ยกมาจาก Core Series

เนื่องจากมันเป็น Bolt-on Series ราคาถูกกว่า Core Series เกือบครึ่ง อะไหล่ก็จะมาแบบ Core ผสมนำเข้า บางอย่างก็ต้องมีการลดต้นทุนอะไรลงไปบ้างเป็นธรรมดา ในส่วนของคันโยกใช้ของ SE ซึ่งจุดสังเกตง่ายๆ คือ saddles ชุบสีเทาด้าน tone block เป็นเหล็กหล่อชุบสีดำ ไม่ใช่ทองเหลือง ชุดคันโยกเป็นแบบยึด 6 จุดตามดีไซน์ปกติของ PRS

Swamp Ash Special เวอร์ชันล่าสุดนี้มากับกระเป๋า PRS เกรด premium สีดำ บุภายในหนากว่า ทรงสวยกว่า แข็งแรงกว่า และน่าใช้กว่ากระเป๋าของ SE แบบคนละเรื่อง (ส่วนตัวผมชอบกระเป๋าแบบนี้มาก) ในกระเป๋ามีประแจขันคอ ประแจหกเหลี่ยมเล็กสำหรับเซ็ทอัพคันโยก คู่มือการใช้งาน สติกเกอร์ยี่ห้อ และใบเกิด

เสียงล่ะ

Clean channel

เริ่มด้วยแชแนลคลีนของแอมป์ PRS Archon 50 ซึ่งเซ็ททุกอย่างไว้ค่อนข้างเที่ยง เติม brightness กับ treble เล็กน้อยพอให้โน้ตมีประกาย

เริ่มที่ neck humbucker (แก๊ก 5) ได้ยินความหนาปานกลาง ไม่ฟังดูใหญ่เท่า Singlecut 594 ที่ติดปิคอัพรุ่นเดียวกันมา ผมรู้สึกว่าชอบคลีนของ SAS 2025 มากกว่า มันลงตัวมากระหว่างความอุ่นและความใส ตัดคอยล์ก็เพราะ มีความ musical เหมือนเดิม วอลุ่มก็ไม่วูบ ยิ่งปัดไปแก๊ก 4 ผสมกับตัวกลาง (ปิคอัพ NF) ยิ่งฟังดูเพราะไปอีกแบบ และจะเพราะขั้นสุดเมื่อเล่นกับก้อน overdrive แบบเกนต่ำ ถึงปานกลาง ผมใช้ก้อน Wampler Ecstasy ซึ่งเป็นก้อนแนว transparent OD ที่ไม่ color โทนกีตาร์ มี 3 โหมดให้เลือก ต้องบอกว่ากีตาร์ SAS 2025 ฟังดีทุกโหมดตั้งแต่ Smooth ยัน Crunch ซึ่งไม่ใช่กีตาร์ทุกตัวจะฟังลงตัวกับก้อนได้อย่างนี้

แก๊กกลางซึ่งเป็นแก๊กที่น่าสนใจเพราะซ่อนออพชันเสียงไว้ถึง 4 แบบ ผมลองผสมทั้ง H+H ก็ได้โทนปิคอัพ LT สองตำแหน่งผสมกันได้ความอิ่มและใสกำลังสวย แก๊ก S (bridge) + H (neck) ก็น่าสนใจ แอบเด้ง ส่วน SS อันนี้ก็จะคมๆ หน่อย เล่นลูกรันไวๆ เหมาะ

ไปต่อที่ NF + bridge ตัดคอยล์ โอ้ เยี่ยม รู้สึกถึงความ Sweet Home Alabama มากๆ ใสกริ๊ง มีความเด้งนิดๆ แม้ไม่เท่า Fender Stratocaster แต่ก็ไม่ขี้เหร่ และเช่นเดิม ผมก็ยังแนะนำให้เล่นกับก้อน OD นะครับ จะได้ยินดีเทลที่ซ่อนอยู่มากกว่าเล่นคลีนเพียวๆ

ส่วน bridge humbucker รวมถึงตัดคอยล์ตำแหน่งนี้ ส่วนตัวผมก็ไม่รู้จะเล่นอะไรกับมันใน clean channel ก็พอเล่าได้ว่ามันก็เป็นโทนติดกลางเยอะๆ ดีดแล้วเสียงกระแทกหูคล้าย humbucker ตำแหน่งนี้ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครใช้เล่นคลีนเพียวๆ กันอยู่แล้ว ก็แนะนำว่าควรใช้มันร่วมกับแก๊กกลางจะฟังดูดีกว่าครับ

Lead channel

สลับไปที่แชแนลเสียงแตกของแอมป์ PRS Archon 50 ซึ่งตั้งระดับ gain ไว้บ่ายโมง และปรับ EQ หน้าแอมป์ไว้ไม่หนีจากเที่ยงมาก แค่เพิ่มความสว่างไว้นิดหน่อย เริ่มจากปิคอัพตำแหน่ง Bridge แล้วก็เล่นในสไตล์ที่ตัวเองชอบ รู้สึกได้ทันทีว่ากำลังใช้กีตาร์โทนวินเทจมาอัดเกน เพราะเสียงแตกที่ได้แอบเบากว่าปกตินิดหน่อยจนผมต้องปรับเพิ่ม Master volume ของแอมป์ขึ้นจากปกติเล็กน้อย คาแรกเตอร์ EQ ก็อิ่มย่านกลาง ส่วนย่านโลว์นั้นดูเหมือนจะไม่ใช่พระเอกของกีตาร์ตัวนี้ เพราะไม่มีคาแรคเตอร์เด่น ไม่ตึ้บ ไม่กระชับ นี่คือลักษณะเสียงแตกของกีตาร์ติดปิคอัพ humbucker สไตล์วินเทจโดยแท้

ไปต่อที่ Neck humbucker บ้าง โทนก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับตำแหน่ง bridge คือวินเทจ ย่านกลางอ้วนอิ่ม เสียงแตกหนักของแก๊กนี้ ถ้าปรับแอมป์ไม่ดีหรือได้แอมป์ย่านกลางเยอะๆ มันจะบวมเบลอเอาง่ายๆ เลยแหละ ส่วนตัวผมว่าถ้าจะเล่นแก๊กนี้ด้วยแชแนลเสียงแตกแบบ high gain ควรจะใช้ก้อน OD ช่วยบูสต์ย่านให้มันฟังได้ note definition ขึ้นมาสักหน่อยจะดีกว่าเล่นกับแอมป์เพียวๆ ในคลิปผมก็เลยเหยียบ OD ด้วยสำหรับตำแหน่งนี้ ก็ได้โทน neck humbucker ที่เหนียว ย่านกลางแหลมกำลังน่าฟัง และใช่ ไปทางวินเทจชัดเจน แบบนี้เอาไปเล่นพวกบลูส์ร็อค บลูส์ หรือสาไรตี้ทั่วไปก็โอเค

กีตาร์รุ่นนี้เหมาะกับเพลงแนวไหน?

ชัดเจนว่า PRS Swamp Ash Special 2025 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เล่นเสียงคลีนหรือแตกก้อนเกนต่ำถึงปานกลาง สไตล์ดนตรีที่เข้ากับมันคืออะไรก็ได้ที่ค่อนไปทาง clean tone เบาๆ ไปถึง crunch กลางๆ เช่น ป๊อป ฟิวชั่น คันทรี่ บลูส์ ลูกทุ่งหมอลำ วาไรตี้ และแม้เสียงของมันจะใกล้เคียงกับ Fender Stratocaster แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว PRS ก็คือ PRS แม้ PRS รุ่นนี้ก็คือรุ่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยี่ห้ออื่น แต่ด้วย design fundamentals ของมัน ยังไงก็ยังเป็น PRS อยู่ดี

แต่สำหรับเสียงแตกแบบแตกแอมป์ high gain อันนี้โทนติดวินเทจชัดเจน ด้วยคาแรคเตอร์ย่านกลางอิ่มๆ ออกหลวมๆ ไม่กระชับ ผมจึงมองว่าใช้เล่นเสียงแตกแบบเพลงตลาดทั่วๆไป เล่นคอร์ดคู่ห้าเป็นริธึ่มคลอตามเพลงได้ แต่คงไม่เหมาะถ้าจะเอาไปดรอปสายหรือเล่นแนว thrash, metal core สับริฟฟ์ไวๆ แตกแรงๆ ย่านโลว์คืนตัวไว กัดปิ๊กออกง่าย อะไรทำนองนั้น

ข้อสังเกตจากการใช้งาน

  • จำนวนเสียงมีให้เลือกเยอะมาก และส่วนใหญ่ผมก็คิดว่าใช้งานได้จริงแต่แอบมีความซับซ้อนพอสมควร ผู้ใช้งานต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและฝึกผสมเสียงให้คุ้นมือ โดยเฉพาะนักดนตรีที่ต้องเล่นสด
  • ระหว่างการเล่นทดสอบจะสังเกตว่าผมใช้คันโยกหลายครั้ง ในส่วนของการทำงานของคันโยกนั้นไม่มีปัญหา ระบบเสถียร โน้ตคืน pitch ถูกต้องดีทุกอย่าง แต่นิ้วมือขวาผมสะดุดกับจุกปลายก้านคันโยกที่แชร์มาจากซีรีส์ SE เนื่องจากพลาสติกตรงโคนจุกถูกหล่อมาค่อนข้างคม นิ้วโดนแล้วรู้สึกเหมือนมีของมีคมกำลังตำนิ้ว ถ้านี่เป็นกีตาร์ของผมเองคงต้องหาวิธีลบเหลี่ยมตรงนี้หน่อย ก็เป็นจุดที่ควรปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากบอกให้รู้ไว้ครับ

ส่งท้าย

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจกีตาร์รุ่นนี้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ผมขอขอบคุณร้าน Music Collection ที่ให้ยืมกีตาร์และสนับสนุนค่าตอบแทนสำหรับบทความรีวิวนี้ ทั้งนี้ผมขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมเขียนไป เล่าตามข้อเท็จจริงจากการใช้งานจริง 100% ครับ

PRS Swamp Ash Special สนนราคาอยู่ที่ 119,000 บาท สนใจสั่งซื้อที่เว็บไซต์ของทางร้าน Music Collection หรือแวะไปลองไปจัดได้ที่หน้าร้านได้ทุกสาขาครับ

และสามารถติดตามข่าวสาร พูดคุยสอบถาม และซื้อขาย PRS ได้ที่กลุ่มเฟสบุค PRS Thailand ครับ