วันศุกร์, ธันวาคม 6, 2019
Home > PRS Guitars > PRS Anniversary Guitars ตอนที่ 2 : 20th Anniversary (2005) รุ่น 20 ปี – ของมันต้องมี

PRS Anniversary Guitars ตอนที่ 2 : 20th Anniversary (2005) รุ่น 20 ปี – ของมันต้องมี

จากตอนที่แล้ว ผมได้เล่าย้อนให้เพื่อนๆ รู้จักกีตาร์ PRS เวอร์ชันฉลองครบรอบการก่อตั้งแบรนด์ รุ่น 10 ปี (10th Anniversary Guitars) ซึ่งเป็นกีตาร์ PRS anniversary รุ่นแรก สำหรับตอนนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ anniversary guitars รุ่นถัดไปซึ่งจะว่าไปแล้วคงเป็น anniversary guitars ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็ว่าได้

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว (10th Anniversary) คลิกที่นี่ครับ

PRS 20th Anniversary Guitars (2005)

นับจากปี 1995 ที่ PRS ออก anniversary guitar รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี ซึ่งมี serial number ถึงหลักสองหมื่นตัว ผ่านมาอีก 10 ปี แบรนด์ PRSได้เติบโตขยายกิจการแบบก้าวกระโดดจนมาถึงตัวที่ 100,000 ในปี 2005 และมีการเปิดโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและเริ่มมีการใช้เครื่อง CNC มาช่วยให้การผลิตเพื่อความละเอียด แม่นยำ ลดระยะเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

และในปี 2005 นั้น ก็ได้ออกกีตาร์รุ่นฉลอง 20 ปีการก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งในช่วงนั้นจะว่าไปแล้วก็เป็นช่วงขาขึ้นสุดๆ ของแบรนด์ PRS ส่วนหนึ่งผมคิดว่ามาจากแนวเพลง nu metal ที่มีศิลปินดังๆ ใช้กีตาร์ PRS กันเยอะ รวมถึงวงร็อคแถวหน้าของบ้านเราด้วย และคงไม่เกินความจริงถ้าผมจะบอกว่า รุ่นฉลอง 20 ปีคือกีตาร์ anniversary ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

สำหรับ 20th Anniversary นั้น PRS ผลิตทั้งกีตาร์สเปคปกติควบคู่ไปกับ anniversary guitars นะครับ หมายความว่าในช่วงปีนั้นเราจะเจอทั้งกีตาร์รุ่นเดียวกันที่เป็นสเปคปกติ และเป็นสเปค anniversary และถึงแม้ปี 2005 จะเป็นปีฉลองครบรอบ 20 ปีการก่อตั้ง แต่สายการผลิตกีตาร์เวอร์ชันฉลอง 20 ปีนั้น ไม่ได้จบภายในปี 2005 แต่กินเวลาถึงต้นปี 2007

กีตาร์ PRS 20th Anniversary มีเฉพาะกีตาร์เกรด core นะครับ มีรุ่นอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

20th Anniversary Custom 24,
20th Anniversary Custom 22

  • Model : 20th Anniversary Custom 24 & 22
  • Body : Mahogany, 1 piece
  • Top : Figured maple
    • 10 top optional
    • Artist package : Artist grade top optional
  • Neck : Mahogany
  • Neck profile :
    • 20th Ann. Custom 24 : Wide Thin or Regular
    • 20th Ann. Custom 22 : wide fat
  • Scale length : 25″
  • Number of frets :
    • 20th Ann. Custom 24 : 24 medium-jumbo
      20th Ann. Custom 22 : 22 medium-jumbo
  • Fingerboard : Indian rosewood
    • Artist Package : Brazilian rosewood
  • Fingerboard inlay :  20th Anniversary Birds in Flight, ripple abalone
  • Headstock veneer : None
    • Artist Package : Brazilian rosewood with
  • Headstock inlay : Paul’s signature, paua inlaid
  • Truss rod cover text : 20th
  • Tuners : PRS Phase II locking
    • Artist Package : gold or nickel
  • Bridge
    • 20th Ann. Custom 24 : PRS Tremolo
    • 20th Ann. Custom 22 : PRS Tremolo or Stoptail
  • Pickups
    • 20th Ann. Custom 24 : Hot Fat Screams (HFS) treble PU, Vintage Bass bass PU
    • 20th Ann. Custom 22 : Dragon II set
  • Electronics
    • 5 way Rotary or
    • 3 way toggle with push-pull tone for coil tap
  • Hardware : Nickel
    • Artist Package : gold or nickel
  • Finish : polyester base coat with acrylic top coat, high gloss
  • Accessory : PRS black tolex hardshell case
    • Artist Package : PRS Artist black leather hardshell case
โชคดีที่ผมเก็บภาพ Custom 24 20th Anniversary Artist Package ที่ผ่านมือเข้ามาไว้เยอะ เลยมีรูปกีตาร์รุ่นนี้ตัวจริงประกอบบทความ นายแบบไม่หล่อแต่กีตาร์โคตรสวยนะ 555
ลูกบิดสีทอง และลายไม้ Brazilian rosewood ชัดๆ ที่ headstock veneer ของ 20th CU24 Artist package ครับ
เส้นโค้งๆ นั่นเรียกว่า wisp เป็นดีไซน์ที่มีเฉพาะรุ่น 20 ปีเท่านั้น ไม่มีในรุ่น 30 ปี นอกจากนี้วัสดุอินเลย์ของรุ่น 20 ปีก็เกรดดีกว่าด้วยครับ
Custom 22 20th Anniversary Artist Package

สำหรับดาวเด่นของ 20th Anniversary นั้น แน่นอนว่าต้องเป็นกีตาร์ตระกูล Custom ซึ่งรุ่นที่ได้อัพเกรดสเปคเป็น 20 ปีนั้นมีทั้ง CU24 และ CU22 และมาในเกรดปกติและเกรด Artist แต่สำหรับรุ่น 20 ปีนั้น อะไรก็คงไม่สวยเด่นสะดุดตาเท่าอินเลย์นกกำลังบิน หรือ 20th Anniversary Birds in Flight เป็นแนวโค้งสวยงามดูมีชีวิตชีวา ที่เฟรท 12 มีนกสองตัว เพิ่มความอ่อนช้อยด้วยดีไซน์เส้นโค้งๆ ที่เรียกว่า wisp ทั้งหมดให้วัสดุเปลือกหอย ripple abalone

แต่ถ้าอัพเกรดไปเป็น Artist Package (AP) ก็จะได้ออพชันสุดเร้าใจน่าสะสม เริ่มตั้งแต่ไม้ท็อปเกรด Artist ซึ่งลายสวยกว่า 10 top ฟิงเกอร์บอร์ดและ headstock veneer ได้ไม้ Brazilian rosewood ลวดลายขดๆวนๆ สีคาราเมลดูแตกต่างจากไม้ Indian rosewood ของ PRS รุ่นปกติ ลายเซ็นลุงพอลบนหัวกีตาร์ก็เปลี่ยนจากสติกเกอร์สีทองมาเป็นงานฝังอินเลย์ด้วยเปลือกหอย paua สีรุ้งเข้มๆ อะไหล่เป็นสีทองทั้งตัว (มีบ้างที่ AP มากับอะไหล่เงิน แต่เป็นส่วนน้อย) ปิดท้าย AP ด้วยเคสหนังสีดำ ต่างจากเกรดปกติที่เป็นเคส tolex สีดำกุ๊นขาวที่คนเล่น PRS core เห็นจนชินตา

ลายไม้ Brazilian rosewood แบบชัดๆ เมื่อมองจากด้านข้างฟิงเกอร์บอร์ดครับ

สำหรับสเปคส่วนอื่นๆ ก็ตามมาตรฐาน PRS Custom ในยุค 2000s คือบอดี้มาฮอกกานีชิ้นเดียว คอก็มาฮอกกานีชิ้นเดียว (ไม่นับส่วนที่ต่อปลายปีก headstock) ท็อปเมเปิล บอร์ดโรสวูด สเกล 25 นิ้ว เรเดียส 10 นิ้ว ปิคอัพ HFS+Vintage Bass สำหรับรุ่น 24 เฟรท และ Dragon II สำหรับรุ่น 22 เฟรท ลูกบิดล็อกสายรุ่น Phase 2 (ด้านหลังไม่โชว์กลไก) ซีเลคเตอร์มีสองแบบระหว่าง Rotary หมุนๆ 5 แก๊ก กับสวิทช์ toggle 3 ทางดึง tone ตัดคอยล์ได้หรือที่เรียกว่า McCarty electronics คันโยกเป็นสเปคบังคับสำหรับรุ่น 24 แต่ถ้าเป็นรุ่น 22 เฟรทก็มีให้เลือกทั้งคันโยกและ Stoptail

สุ้มเสียงของ Custom 24 20th จากที่ผมเคยลองมาหลายตัวนั้น ก็แรง เด่นย่านกลาง-แหลม ตามสไตล์ปิคอัพเซ็ท HFS+VB สำหรับเสียงตัดคอยล์นั้น ผมรู้สึกว่าจะลงตัวที่สุดถ้าเป็นสวิทช์แบบ Rotary ซึ่งให้เสียงที่ครอบคลุมตั้งแต่เทเล สตรัท ไปจนถึงน้องๆ เลสพอล แต่สำหรับตัวที่เป็น AP ซึ่งมากับบอร์ดบราซิเลียนนั้น จะมีโทนเสียงที่หนา ย่านเบสมากขึ้น นุ่มนวลขึ้น ฟังดูเสียงใหญ่มีมวลมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของไม้ชนิดนี้อยู่แล้ว

คลิปเสียงของเจ้าตัวนี้ตอนที่มันยังอยู่ที่ร้าน Fusion Music

สำหรับ CU22 20th ที่มากับ pu Dragon II รุ่นยอดนิยมของแฟนๆ PRS ให้เอาท์พุทที่แรงมากจนยากที่ผมจะบอกว่ามันคือปิคอัพที่ PRS จัดอยู่ในกลุ่มโทนวินเทจ ด้วยคาแรคเตอร์เด่นย่านกลางกับแหลม ย่านเบที่ค่อนข้างคม ไม่ทุ้มมากนัก ทำให้ CU22 20th อัด gain ได้โคตรมันส์ และพาท่านไปได้ไกลกว่าคำว่าวินเทจ เป็นคาแรคเตอร์ที่ปิคอัพรุ่นใหม่ๆ ของ PRS ไม่มีแล้ว

PRS Custom 20th Anniversary เป็นกีตาร์ที่เป็นที่ต้องการสูงสุดในบรรดา anniversary guitars ทั้งหมด ด้วยสเปคไม้ ความสวยของงานและดีไซน์อินเลย์ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวเฉพาะรุ่น รวมถึงมีศิลปินดังๆ ในยุคนั้นใช้มากมาย จึงไม่แปลกอะไรที่ PRS รุ่นนี้จะเป็นที่ต้องการของแฟนๆ ลุงพอล ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ที่เป้นที่จดจำติดตาก็คงหนีไม่พ้นคุณวิน รัตนพล เก่งเรียน อดีตมือกีตาร์วง Potato ที่มีกีตาร์ PRS รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปีเกือบครบทุกรุ่นนั่นเอง

เรื่องความน่าจัด ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าอย่างไรมันก็น่าโดน ก็ทั้งสวยทั้งสเปคโหดขนาดนี้ ยิ่งตัว Artist package นี่ยิ่งน่าตามหา แต่ราคาก็สูงเอาๆ เพราะปัจจุบันราคามือสองก็อยู่ที่ราวๆ แสนต้นๆ ไปแล้ว และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก PRS ไม่ออกรุ่นฉลองครบรอบรุ่นใดที่ใช้ไม้และรูปลักษณ์เทียบเคียงรุ่นนี้ได้ อีกทั้งไม้ Brazilian rosewood ที่ปัจจุบันถูกขึ้นบัญชีเป็นไม้หวงห้ามของ CITES ไปเรียบร้อย

20th Anniversary Standard 24

  • Model : 20th Anniversary Standard 24
  • Body : Mahogany, 1 piece
  • Top : none
  • Neck : Mahogany
  • Neck profile : Wide Thin or Regular
  • Scale length : 25″
  • Number of frets : 24 medium-jumbo
  • Fingerboard : Indian rosewood
  • Fingerboard inlay :  20th Anniversary Birds in Flight, ripple abalone
  • Headstock veneer : None
  • Headstock logo : Gold Paul’s signature, decal
  • Truss rod cover text : 20th
  • Tuners : PRS Phase II locking
  • Bridge : PRS Tremolo
  • Pickups : Hot Fat Screams (HFS) treble PU, Vintage Bass bass PU
  • Electronics
    • 5 way Rotary or
    • 3 way toggle with push-pull tone for coil tap
  • Hardware : Nickel
  • Finish : Satin nitro
  • Accessory : PRS black tolex hardshell case
บอดี้ชิ้นเดียวเป้งๆ ไร้รอยต่อ PRS จัดให้ได้ แม้จะเป็นรุ่นรองจาก Custom ก็ตาม
STD 24 20th ตัวนี้ผมเคยใช้อยู่พักหนึ่ง เล่นสนุกมาก สนุกจนลืม Modern Eagle ไปชั่วขณะ แต่ตัวนี้เปลี่ยนปิคอัพมานะครับ
ไม้ชิ้นเดียว โชว์กันจะจะ ของดีต้องเริ่มที่เนื้องาน ไม่ใช่ดีเพราะมีตำนานหรือชื่อเสียงเก่าแก่

อีกหนึ่งกีตาร์ PRS เกรด core USA ที่บ้านเราตามหามากที่สุดรุ่นหนึ่ง Standard 24 20th Anniversary ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ยี่ห้อ PRS ให้นิยามของคำว่า standard ไม่เหมือน Gibson กล่าวคือ กีตาร์ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า Standard ของ PRS นั้น หมายถึงบอดี้ของกีตาร์ทำจากไม้มาฮอกกานีเพียวๆ ไม่แปะเมเปิล แต่รุ่นที่แปะท็อปเมเปิลเขาเรียกว่า Custom ดังนั้น 20th Standard 24 ตัวนี้จึงใช้ไม้มาฮอกกานีทั้งบอดี้ รวมไปถึงส่วนคอด้วย

แต่ถึงจะใช้ไม้มาฮอกกานีล้วน ก็เป็นไม้มาฮอกกานีชิ้นเดียวไร้รอยต่อ มองด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง เราจะเห็นแต่ลายไม้ที่วิ่งต่อเนื่องสวยงามสบายตา โครงสร้างเข้าคอแบบ set in เหมือนรุ่นใหญ่ Custom และมีเชพคอให้เลือกสองชอยส์เหมือนกัน คือเชพ Regular (บางทีเรียกว่า Standard neck carve) หรือคอบาง Wide Thin คอเคลือบด้าน เล่นสบายมือ ฟิงเกอร์บอร์ดเป็นไม้ Indian rosewood ไม่มีออพชันอื่น หัวกีตาร์ก็ไม่แปะ veneer ใดๆ อินเลย์ฟิงเกอร์บอร์ดก็แน่นอน นก birds in flight 20th Anniversary ขนาดของเฟรทและจำนวนเฟรทก็เหมือน Custom 24 ทุกประการ

น่าสังเกตว่า กีตาร์ PRS รุ่นนี้ใช้ไม้เพียง 3 ชิ้นในการสร้าง กล่าวคือบอดี้ 1 ชิ้น คอ 1 ชิ้น และฟิงเกอร์บอร์ดอีก 1 ชิ้น เท่านั้นเอง (ไม่นับไม้ชิ้นเล็กๆ ที่ต่อด้านข้าง headstock เพื่อประกอบเป็นทรงหัวกีตาร์) การให้ไม้แบบใจถึงอย่างนี้ เป็นอะไรที่หายากมากในกีตาร์ใหม่ๆ ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ๆ

อะไหล่ของ STD 20th ใช้เกรดเดียวกับ Custom 24 ลูกบิด Phase II เสาทองเหลือง บล็อกคันโยกทองเหลืองตัวอเมริกา ทุกอย่างไม่มีอะไรน้อยหน้าไปกว่า CU24 ก็แค่มันไม่มีไม้ท็อปเมเปิล

ภาคไฟฟ้าของ STD 24 20th ก็เหมือนกับ CU24 สเปคยุคปี 2005 คือมากับชุดปิคอัพ HFS + Vintage Bass มีสวิทช์ให้เลือกสองแบบระหว่าง Rotary กับ 3 way toggle ใช้สะดวกแต่ต้องดึงฝา Tone ตัดคอยล์ อะไหล่ของ STD 20th ใช้เกรดเดียวกับ Custom 24 สุ้มเสียงของปิคอัพ HFS มีย่านกลางที่ค่อนข้างเยอะ มีความแรงอย่างเหลือเฟือสำหรับแนวร็อคหรือเมทัล ส่วนปิคอัพ Vintage Bass มีความกลมพอสมควรแต่ก็ไม่ถึงกับหวานวินเทจอะไรอย่างชื่อ หากเทียบกับปิคอัพ PRS ปีหลังๆ อย่างพวก 57/08, 58/15 อะไรพวกนั้นก็ต้องบอกว่า Vintage Bass คลีนแข็งกว่า แต่ได้เปรียบเวลาเล่นกับ gain เยอะๆ

PRS Standard 20th Anniversary มาในสีไนโตรเคลือบด้านแถมไม่เติม grain filler เป็นการเคลือบที่บางเฉียบจนแทบเหมือนนิ้วเราแตะถึงเนื้อไม้ได้เลย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อดี เนื่องจากการเคลือบไนโตรแบบนี้ซึ่งทั้งอ่อนและบาง ทำให้ไม้สามารถสั่นได้โดยสะดวกกว่าเคลือบเงาสูตรปกติของ PRS ซึ่งผมเชื่อว่าส่งผลดีต่อเสียงด้วยเช่นกัน แม้มันจะดูไม่หรูหรา แต่น่าใช้งานและมีเสน่ห์แบบดิบๆ ธรรมชาติๆ อย่างที่รุ่นแพงกว่านี้ก็ไม่ค่อยจะมี

Standard 24 20th กับ Custom 24 20th สองตัวนี้ฟีลต่างกันยังไง?

จากที่ผมเล่นเปรียบเทียบกับ CU24 ที่ติดปิคอัพเซ็ทเดียวกัน ผมรู้สึกว่าเสียงของ STD 24 นั้นแตกต่างพอสมควร คือมีความกระชับ ย่านเบสชัดเจน ตอบสนองเร็ว เก็บตัวไว เหมือนความ resonate ในตัวมันน้อยกว่า CU24 ยิ่งถ้าเทียบกับ CU24 20th ที่เป็น Artist Package ด้วยยิ่งได้ยินความแตกต่างมากขึ้น บางคนอาจชอบ แต่บางคนก็อาจบอกว่าเสียงมันฟังดูห้วนๆ ไปหน่อย

นอกจากเรื่องเสียงที่ต่างจาก CU24 แล้ว สัมผัสที่รับรู้ได้เมื่อดีดสายของ Standard 24 แบบเปล่าๆ ไม่ออกแอมป์ คือ vibration หรือแรงสั่นสะเทือนที่ส่งไปทั่วตัวกีตาร์นั้น แรงชัดเจนจนรู้สึกได้ถึงปลาย headstock มันเหมือนจะสั่นแรงกว่า Modern Eagle ที่ผมใช้อยู่นิดหน่อยด้วยซ้ำ ผมคิดว่าการที่บอดี้เป็นชิ้นเดียวกับคออีกหนึ่งชิ้นนั้นมีผลอย่างมาก ส่วนตัวผมเชื่อว่ากีตาร์ที่ดี ต้องต่อไม้ให้น้อยชิ้นเข้าไว้ เพราะรอยต่อยิ่งมาก การส่งผ่าน vibration ยิ่งเสียไปกับการขาดช่วงของ wood grain บางคนอาจบอกว่าไม่สำคัญ ก็ใช่ครับ ไม่สำคัญตรงที่ว่ามันไม่กระทบกับการใช้งาน และคงยากที่จะฟังออกได้ แต่สำหรับผมแล้ว กีตาร์ระดับราคามือหนึ่งหลายหมื่นหรือเกินแสน ผมจะให้ความสนใจกับเรื่องการต่อไม้เป็นอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่กีตาร์เกาหลีอินโดตัวละสองสามหมื่น ความพิถีพิถัน ความเอาใจใส่ในการเลือกวัสดุ เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตต้องเอาใจใส่ให้ลูกค้าเห็นเหตุผลในการเรียกราคาสูงๆ ไม่ใช่ตัวละแสนปลายถึงสองแสนกว่าแต่บอดี้มาฮอกกานียังต่อสองชิ้น ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าสมควรได้รับ

ฟันธงหน่อย Standard 24 20th น่าโดนมั้ย?

STD 24 20th ถึงหน้าตาจะไม่หรู แต่มันมีดีอย่างมากมาย เป็นข้อดีที่ผมรับรู้ได้ตั้งแต่การดีดเปล่าๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าการใช้ไม้ดีและใช้จำนวนน้อยชิ้นนั้นมีผลอย่างมากในเรื่องนี้ มันยากที่จะอธิบายเป็นตัวหนังสือนะ ต้องลองเอง และหาลองเทียบกับ Custom 24 จะยิ่งเห็นภาพ เมื่อส่งสัญญาณไปเข้าแอมป์ก็จะได้ยินซาวด์ PRS ดิบๆ จากกีตาร์ all mahogany เป็นรสชาติที่แตกต่างจาก Custom 24 ที่เพื่อนๆ รู้จัก

สำหรับเรื่องของเสียงผมคงไม่ฟันธงว่าดีหรือไม่ดี เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยมแต่ละบุคคล (ผมมีเพื่อนที่เป็นเจ้าของ Standard 24 20th หลายคน มีทั้งคนที่ชอบกีตาร์รุ่นนี้สุดๆ และเพื่อนที่ไม่ชอบ STD 24 แต่มีไว้เพราะอยากสะสม) แต่เรื่องความน่าโดนน่าจัดนั้น ผมคิดว่ามันน่ามีไว้ครอบครองเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะด้วยไม้มาฮอกกานีล้วนไร้รอยต่อ นก birds in flight การเคลือบด้าน ราคามือสองที่ไม่แพงไปกว่า Custom 24 ฯลฯ ทุกอย่างล้วนทำให้กีตาร์รุ่นนี้มีความพิเศษที่อย่างไรเสียก็ไม่ควรมองข้าม ถ้ามีโอกาสแนะนำอย่างแรงว่าให้หาเก็บไว้สักตัวครับ

20th Anniversary Singlecut

  • Model : 20th Anniversary Singlecut
  • Body : Mahogany, Singlecut, full thickness
  • Top : Figured maple
    • 10 top optional
    • Artist package : Artist grade top
  • Neck : Mahogany
  • Neck profile : wide fat
  • Scale length : 25″
  • Number of frets : 22
  • Fingerboard : Indian rosewood
    • Artist Package : Brazilian rosewood
  • Fingerboard inlay :  20th Anniversary Birds in Flight, ripple abalone
  • Headstock veneer : None
    • Artist Package : Brazilian rosewood
  • Headstock inlay : Paul’s signature
    • Artist Package : paua signature
  • Truss rod cover text : 20th
  • Tuners : vintage style, non-locking
  • Bridge : PRS Stoptail
  • Pickups : #7 set
  • Electronics : 3 way toggle, 2 vol, 2 tone
  • Hardware : Nickel
    • Artist Package : gold or nickel
  • Finish : polyester base coat with acrylic top coat, high gloss
  • Accessory : PRS black tolex hardshell case
    • Artist Package : PRS Artist black leather hardshell case

ตัวสีแดงนี่ของผมเองนะครับ แต่ขายไปละ ตอนนี้อยู่กับมือกีตาร์วงดังของบ้านเราวงนึง

ตามสเปคของ Singlecut เวอร์ชันแรก ลูกบิดเป็นแบบวินเทจนะครับ ไม่มีออพชันล็อกสาย
กีตาร์ตัวในคลิปนี้คือตัวเดียวกันกับตัวในรูปของผม มันเคยอยู่กับคุณเกมมาก่อน
กีตาร์ตัวเดียวกันครับ ให้ดูความเท่เวลาสะพาย

PRS Singlecut เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2000 มันเป็นกีตาร์ที่ดูเผินๆ ก็มีความคล้าย Gibson Les Paul แต่ที่จริงแล้วมีจุดแตกต่างอย่างมากมาย ตั้งแต่ส่วนโค้งเว้า สเกล อินเลย์ อะไหล่ ฯลฯ แต่ก็ยังมิวายถูก Gibson ฟ้องร้องว่า กีตาร์ PRS ทรง Singlecut ลอกเลียนเครื่องหมายการค้า (ซึ่งก็คือกีตาร์ Gibson รุ่น Les Paul) แต่ต่อศาลได้ตัดสินให้ PRS ไม่มีความผิดในช่วงปลายปี 2005 ซึ่งสายการผลิตกีตาร์เวอร์ชันฉลอง 20 ปี ได้เริ่มไปก่อนแล้วในส่วนของรุ่นอื่นๆ (อ่านความเป็นมาของ PRS Singlecut และคดีฟ้องร้องระหว่าง Gibson กับ PRS ได้ที่นี่ครับ)

แน่นอนว่า ทันที่ที่คำตัดสินของศาลออกมาชัดแจ้งแล้ว ทาง PRS ก็กลับมาเดินหน้าผลิตกีตาร์ทรง SC ทันที ซึ่งออเดอร์ที่ค้างไว้เพราะถูกศาลชั้นต้นสั่งระงับการผลิตนั้นก็มีอยู่แล้วยาวเป็นหางว่าว ไหนจะออเดอร์ของ 20th ทรง Custom ที่ก็แทบทำไม่ทัน PRS จึงจำเป็นต้องแทรกคิวรีบเคลียร์ออเดอร์ของ SC ที่มีอยู่ พร้อมๆกับผลิต SC เวอร์ชัน 20 ปีไปด้วย จึงไม่แปลกอะไรที่กีตาร์ SC รุ่น 20 ปี มักมากับ serial number ปี 2006 นั่นก็เพราะ PRS เริ่มผลิตทรงนี้ล่าช้าจากกรณีฟ้องร้องนั่นเอง

โอเค พูดถึงสเปคของกีต้าร์รุ่นนี้ก็แน่นอนว่า มันมากับบอดี้มะฮอกกานีชิ้นใหญ่ๆ ซึ่งมีความหนามากที่สุดในสารระบบกีต้าร์ solid body ของยี่ห้อ PRS ด้วยความหนาจากด้านหลังถึงด้านหน้าถึง 2 นิ้วครึ่งหรือราวๆ 6 เซนติเมตร และไม่เจาะโพรงลดน้ำหนักใดๆ ไม้คอเป็นไม้มะฮอกกานีกลมๆ หนาๆ ออกเชพ D ที่เรียกว่า Wide Fat เข้าคอแบบ set in แต่ว่าการต่อคอไม่เหมือนกับรุ่น Custom คือต่อสวยกว่า ไม่มี neck heel ก้อนสี่เหลี่ยมอันเบ้อเริ่มให้ดูเทอะทะ

ส่วน fingerboard ตามสเปคมาตรฐานเป็นไม้ Indian rosewood สเกลยาว 25 นิ้วเท่า Custom และก็เช่นเดียวกับ 20th CU24 คือมีออพชันอัพเกรดเป็น Artist Package เพื่ออัพเกรดฟิงเกอร์และ headstock overlay เป็นไม้ Brazilian rosewood ลูกบิดเป็นแบบวินเทจ คือไม่ล็อคสายสไตล์ Kluson หัวกีตาร์รุ่นนี้บางกว่าหัวของ Custom เล็กน้อย เพื่อชดเชยกับความสูงของเสาลูกบิดวินเทจซึ่งไม่เท่ากับความสูงของลูกบิดล็อคสายของ PRS บริดจ์หรือหย่องเป็น Stoptail เสาทองเหลืองมาตรฐาน PRS เกรดผลิตอเมริกา ชุดควบคุมเป็น 2 volume 2 tone ไม่ตัดคอยล์ แต่การเรียง knobs วางแนวต่างจาก Les Paul ดูตามรูปที่ผมทำไว้นะครับ

ในส่วนของปิคอัพเป็นรุ่น #7 (นัมเบอร์ เซเว่น) ซึ่งออกแบบมาโดยตรงสำหรับกีตาร์ Singlecut เวอร์ชันที่ผลิตระหว่างปี 2000 – 2007 ลุงพอลบอกว่ามันมีคาแรคเตอร์เสียงที่อยู่ระหว่างปิคอัพรุ่น Dragon II กับ McCarty สำหรับความรู้สึกของผมจากที่ตัวเองเคยใช้มา ปิคอัพตัว neck ให้เสียงที่นวล มีย่านกลางค่อนข้างมาก เสียงแตกออกไปทางรุ่น Santana ป่องๆ มีความ fluid เหนียวๆ ไม่คอยกัด ในขณะที่ตัว treble กลับมีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันอย่างมาก คือโฟกัสย่านกลางลง มีความแรงเอาเรื่อง เสียงแตกแผดสะใจแต่ย่านแหลมก็ไม่เยอะจนบาดหู มันเป็น PRS ที่อัดเสียงแตกได้ดุที่สุดรุ่นหนึ่งที่ผมเคยเล่นมาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี PRS Singlecut เสียงไม่เหมือน Gibson Les Paul และถ้าศึกษาดีๆ จะรู้ว่าทั้งสองนี้ต่างกันมาก คลิกที่นี่เพื่อดูข้อเปรียบเทียบระหว่าง PRS Singlecut กับ Gibson Les Paul ครับ

20th Anniversary Singlecut Tremolo

  • Model : 20th Anniversary Singlecut Trem
  • Body : Mahogany, Singlecut, thick mahogany
  • Top : Figured maple
    • 10 top optional
    • Artist package : Artist grade top
  • Neck : Mahogany
  • Neck profile : wide fat
  • Scale length : 25″
  • Number of frets : 22
  • Fingerboard : Indian rosewood
    • Artist Package : Brazilian rosewood
  • Fingerboard inlay :  20th Anniversary Birds in Flight, ripple abalone
  • Headstock veneer : None
    • Artist Package : Brazilian rosewood
  • Headstock inlay : Paul’s signature
    • Artist Package : paua signature
  • Truss rod cover text : 20th
  • Tuners : Phase II locking
  • Bridge : PRS Tremolo
  • Pickups : #6
  • Electronics : 3 way toggle, 1 vol, 1 push/pull tone for coil split
  • Hardware : Nickel
    • Artist Package : gold or nickel
  • Finish : polyester base coat with acrylic top coat, high gloss
  • Accessory : PRS black tolex hardshell case
    • Artist Package : PRS Artist black leather hardshell case
SCT 20th Artist Package ตัวนี้มาในสียอดนิยม faded blue jean
#6 Pickups
ตัวนี้สีน้ำเงินวาฬ Whale Blue

Singlecut Trem 20th Anniversary ดูเผินๆก็คล้าย Singlecut 20th ที่เอามาติดคันโยก แต่ในความจริง SCT (ขอเรียกย่อๆ) มีอะไรต่างจาก Singlecut รุ่นไม่โยกหลายอย่างครับ

  • บอดี้ของรุ่นมีคันโยกนี้มีความหนาประมาณรุ่น McCarty บางกว่า Singlecut ประมาณ 8 มม.
  • SCT ใช้ปิคอัพรุ่น #6 (นัมเบอร์ ซิกซ์) ที่ให้สุ้มเสียงที่ต่างจาก #7 ของรุ่นพี่
  • controls ก็ vol + tone + 3 way toggle คล้ายๆกับ McCarty สำหรับ SCT ไม่มี treble bleed นะครับ
  • SCT ตัดคอยล์ได้ แต่ Singlecut ทำไม่ได้
  • ลูกบิดของ SCT ใช้แบบล็อกสาย แต่ Singlecut เป็นแบบวินเทจ
  • บริดจ์ SCT มีคันโยก แต่ Singlecut เป็น Stoptail

อย่างแรกที่ต้องรู้ คือ SCT ตัวบางกว่า Singlecut เยอะ ด้วยความหนาราวๆ บอดี้ของรุ่น McCarty คือหนากว่า Custom 24 อยู่สองสามมิล ไม้ท็อปเมเปิลเลือกเกรดได้ตั้งแต่ 10 top ไปถึง AP เหมือนเดิม ออพชันไม้ฟิงเกอร์บอร์ดก็มี Brazilian rosewood เป็นออพชันเช่นกัน นอกจากนี้ SCT ก็มากับคันโยกและลูกบิดล็อกสาย แต่ไม้ที่ใช้ก็เหมือนกันหมด คอเชพอ้วนเหมือนกัน สเกลสายก็ 25 นิ้วเท่ากัน

ข้อสังเกตของผมสำหรับคันโยกของ SCT คือ แม้มันจะเป็นกีตาร์ทรง SC มีคันโยก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าดูคล้ายรุ่น Tremonti แต่บอดี้ก็ไม่ได้คว้าน tremolo routing ไว้เผื่อดึงคันโยกขึ้นอย่างรุ่น Tremonti แต่อย่างใด ก็คือใช้กดลงอย่างเดียวเหมือนคันโยกของพวก Custom 24 นั่นแหละ

SCT 20th มากับปิคอัพรุ่น #6 (นัมเบอร์ ซิกซ์) toggle 3 ทางถูกย้ายไปอยู่รวมกับ control knobs ปิคอัพเซ็ทนี้มาในรูปลักษณ์ย้อนยุคกับ zebra bobbins ให้โทนเสียงที่เด่นย่านกลาง-แหลม แต่จะให้มันเบสแน่นตึ้บแบบ Singlecut 20th ก็คงเป็นไปได้ยากในเมื่อเจ้า SCT ตัวบางกว่าเป็นเซน ปิคอัพรุ่นนี้ตัดคอยล์ได้ด้วยนะ แต่ปัจจุบันปิคอัพรุ่นนี้เลิกผลิตไปนานแล้วตามสายการผลิตของ SCT ที่ถูกยกเลิกไป

SCT บ้านเรามีคนใช้กันเยอะนะครับ ที่เห็นกันติดตาจนเป็นไอคอนไปแล้วก็คงหนีไม่พ้นคุณวินเจ้าเก่า แต่ตัวของแกเป็น SCT Satin นะ ไม่ใช่เวอร์ชัน 20th Anniversary แต่สเปคก็คล้ายๆกัน ลองฟังเสียงจากคอนเสิร์ต Potato Real Life ดูครับ

เรื่องควรทราบก่อนซื้อ PRS รุ่นฉลอง 20 ปี มือสอง

อาการขึ้นฝ้า

อย่างไรก็ดี ผมอยากแนะนำสำหรับคนที่ตามหากีตาร์ PRS CU24, CU22, Singlecut 20th Anniversary ไว้เรื่องหนึ่ง คือเนื่องจากมันเป็นกีตาร์ที่ผลิตในช่วงที่ PRS ใช้แลคเกอร์แบบเก่าซึ่งมีปัญหาแพ้ความชื้นในบ้านเรา ทำให้มักมีอาการขึ้นฝ้าขาวๆ ใต้ชั้นเคลือบ ลองดูตัวอย่างอาการขึ้นฝ้าจาก Singlecut 20th Artist ตัวเก่าของผมนะครับ สังเกตขอบท็อปตรงชายเว้าว่ามันขาวๆ ขุ่นๆ ทั้งๆที่จริงตรงนั้นมันควรเป็นสีแดง นั่นแหละ อาการขึ้นฝ้า

อาการดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้นอกเสียจากขัดสีเดิมทิ้งให้หมดแล้วทำสีใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าการทำสีใหม่จะทำให้กีตาร์เสียงเปลี่ยน แต่ก็มีเจ้าของกีตาร์รุ่นนี้หลายคนนำกีตาร์ไปทำสีใหม่เพราะฝ้าลุกลามจนรับสภาพไม่ไหว แต่แล้ววันหนึ่งมีเหตุให้ต้องขาย ก็ทำให้มีกีตาร์ PRS รุ่นนี้ (รวมถึงรุ่นปกติที่มีปัญหาเดียวกัน) ปะปนอยู่ในตลาดมือสอง

ดังนั้น ควรสังเกตดีๆ ก่อนซื้อว่ากีตาร์มีรอยฝ้าบ้างไหม ถ้าเจอฝ้าก็ขอให้เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติของกีตาร์ PRS รุ่นนี้ และขอให้เราคิดเผื่อไว้ว่าถ้ามันลามกว่าที่เห็น จะเอายังไงต่อไป? หากเลือกทำสีใหม่ต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อยประมาณหนึ่งหมื่นบาทและใช้เวลารองานอีกหลายเดือน ช่างเก่งๆบางท่านคิวทองเราต้องรอถึงปีก็มี หากจะขายต่อก็ต้องทำใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบ PRS ที่ขึ้นฝ้าเยอะๆ

สำหรับใครที่โชคดีเจอตัวที่ไม่เป็นฝ้า ควรสอบถามคนขายว่าสีเดิมหรือไม่ รวมทั้งเทียบสีของกีตาร์ กับสีชื่อเดียวกันใน Google.com ว่าโทนต่างกันเยอะไหม รุ่นนี้มันมีสีแบบนี้ไหม ก็พอช่วยได้ครับ

Brazilian Rosewood หรือ Indian Rosewood?

จริงอยู่ที่เกรด Artist Package ของกีตาร์รุ่น 20 ปีจะมากับไม้ Brazilian rosewood ซึ่งเป็นไม้สงวนหายากมีมูลค่าเพิ่มที่ใครๆ ก็อยากมีครอบครอง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกไว้จากประสบการณ์ที่เล่น PRS เทียบกันรุ่นเดียวกันตัวต่อตัวระหว่างตัว AP ที่ฟิงเกอร์บอร์ดเป็นไม้ Brazilian RW กับตัวปกติที่ใช้ไม้ Indian RW ทำบอร์ด ชัดเจนว่าไม้ Brazilian ให้โทนนุ่มนวลกว่า โน้ตฟังดูหนาใหญ่กว่า ละมุนกว่า ในขณะที่ Indian RW จะมีความคมของโน้ตมากกว่า ให้ความชัดเจนมากกว่านิดหน่อย แต่จะไม่นวลเท่า ความต่างของเสียงไม้ฟิงเกอร์บอร์ดทั้งสองชนิดแม้ไม่มากอย่าง rosewood VS ebony แต่ถ้าต้งใจฟังดีๆ ก็สามารถรับรู้ได้ว่ามันต่าง และไม่มีอะไร แค่อยากบอกให้รู้ไว้ว่ามันต่างกันอย่างไร ทางที่ดีที่สุดก็คงต้องไปหาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยหูตัวเองดูนะครับ

แต่นอกจากเรื่องเสียงแล้ว เรื่องมูลค่าการขายต่อ ก็แน่นอนว่าไม้ Brazilian RW มีเครดิตดีกว่า และขายได้ราคาดีกว่าบอร์ด Indian RW แน่ๆ อย่างน้อยก็ราวๆ 20-30% ที่สำคัญมี 20th Artist Package ที่ได้ลายไม้ท็อปสวยสุด อะไหล่ทอง มันก็ดูหล่อกว่าด้วยครับ อันนี้เป็นคุณค่าทางใจ ประเมินราคาไม่ได้ อิอิ

ส่งท้าย

สำหรับกีตาร์ 20th Anniversary หลักๆ ก็จะมีประมาณนี้นะครับ ที่จริงกีตาร์เกรด core รุ่นอื่นๆ ที่ขายในช่วงปี 05-06 ก็มีได้รับอานิสงส์บ้างเหมือนกัน แต่ได้แค่ป้าย truss rod cover ไม่ได้เปลี่ยนอินเลย์เปลี่ยนไม้ฟิงเกอร์บอร์ดแบบรุ่นที่ผมนำเสนอไป ดูอย่าง Modern Eagle ตัวนี้เป็นต้น

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้จัก PRS มากยิ่งขึ้นนะครับ ตอนต่อไปผมจะนำ PRS Anniversary Guitars ปีไหนมานำเสนอต่อไปนั้น โปรดติดตามครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบกีตาร์ PRS ขอเชิญเข้ากลุ่มเฟสบุค PRS Club Thailand ของผมครับ มี PRS สวยๆ ให้หลอนแทบทุกวัน และมีความรู้เกี่ยวกับ PRS แชร์ให้อ่านกันในกลุ่มด้วยครับ สนใจคลิกเลย