วันศุกร์, สิงหาคม 23, 2019
Home > PRS Guitars > Private Stock > กีตาร์ PRS กับงานแกะสลัก

กีตาร์ PRS กับงานแกะสลัก

พูดถึงกีตาร์ PRS เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงลายไม้งามๆ อินเลย์สวยๆบน fingerboard หรืออาจเป็นอินเลย์มังกรเว่อร์วังอลังการของรุ่น Dragon ใช่มั้ยครับ

แต่เพื่อนๆรู้มั้ย ว่า นอกจากงานประดับด้วยอินเลย์ (inlay = เทคนิคการฝังวัสดุลงบนพื้นผิวเพื่อสร้างลวดลายและสีสัน) ยังมีงานประดับแบบอื่นๆ อีกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สำหรับวันนี้ผมมี PRS ที่ใช้การ “แกะสลัก” มาสรรสร้างความสวยงามให้กีตาร์ครับ

กีตาร์ PRS ที่มากับงานแกะสลักนั้น เกิดจากการแกะด้วยฝีมือคนล้วนๆ แกะด้วยเครื่องมือแกะสลัก ไม่มีเครื่อง CNC มาเกี่ยว งานแต่ละชิ้นต้องใช้ความปราณีต ใช้เวลา และแน่นอน ต้องใช้กระบี่มือหนึ่งแห่งวงการแกะสลักไม้ของอเมริกา บุคคลที่ผมกำลังพูดถึงนี้ ชื่อ Floyd Scholtz (ฟลอยด์ โชลซ์) ครับ

Floyd Scholz ปรมาจารย์งานนกแกะสลัก

Floyd Scholz เกิดเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 (พ.ศ. 2501) เขาเป็นศิลปินนักแกะสลักไม้เป็นของอเมริกา เขาชอบดูนก และมีความหลงไหลในนกนักล่าเป็นพิเศษ เช่น นกอินทรี เหยี่ยว มาตั้งแต่เด็ก จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะจำลองรูปนกด้วยการแกะสลักไม้ และมีการพัฒนาฝีมือ คิดค้นวิธีการนำเสนอใหม่ๆ ไม่เคยหยุดมามาตลอด 40 กว่าปีในงานช่างแกะสลักมืออาชีพ

ด้วยความที่ชื่นชอบนกเป็นพิเศษ ผลงานสร้างชื่อหลักๆ จึงเป็นงานแกะสลักนกชนิดต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่เป็นแบบนูนต่ำ นูนสูง จนไปถึงรูปลอยตัวสามมิติเสมือนจริง โดยเฉพาะนกตระกูลนักล่าอย่างอินทรี เหยี่ยว ทั้งแบบนูนต่ำและแบบลอยตัว เขากวาดรางวัลมาแล้วมากมาย และมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก แต่ช่างฟลอยด์ไม่ได้แกะเป็นแต่นกนะครับ สัตว์ชนิดอื่นๆแกก็แกะได้

สิ่งที่ทำให้ผลงานของแกเป็นที่นิยมคือ ความละเอียดของงานที่สวยและมีความสมจริงอย่างเหลือเชื่อ นอกจากสัดส่วนที่ลงตัวแล้ว การเก็บรายละเอียดต่างๆ เช่น นัยน์ตา ลายขนนก สีขน จนถึงท่วงท่าต่างๆ ล้วนมีความสมจริง บางครั้งผมเห็นรูปผลงานแกะสลักของแกแล้วต้องเพิ่งอยู่พักนึงว่านั่นรูปแกะสลักหรือของจริง

ลองดูรูปนี้นะครับ คิดว่านี่คืออะไร เหยี่ยวของจริงหรือแกะสลัก?

นอกจากทำงานศิลปะของตัวเองแล้ว ช่างฟลอยด์ก็ยังรับเป็นวิทยากรสอนการแกะสลักและการลงสีงานแกะสลักตามสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งเปิดคอร์สสอนเองที่สถาบัน Vermont Raptor Academy ของเขาเองด้วยครับ

ช่างฟลอยด์กับการให้ความรู้เรื่องงานแกะสลักนกและการลงสี

และด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต นอกจากเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการแกะสลักนกแล้ว ช่างฟลอยด์ก็ยังมีงานเขียนหนังสือ ชื่อ Peregrine Falcon: Dynamic Carving and Painting Techniques for a New Era สอนการแกะสลักเหยี่ยวเพเรกรินพร้อมสอนเทคนิคการลงสี ใครสนใจสั่งซื้อได้นะ ผมแปะลิงค์ไว้ให้ที่รูปปก

เล่มนี้ The Golden Eagle: A Behind-the-Scenes Look at the Art of Bird Carving

Floyd Scholz กับ PRS

https://www.floydscholz.com/

อย่างที่ผมเคยเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของกีตาร์ PRS ว่าทำไมอินเลย์จึงเป็นรูปนก (ใครยังไม่เคยอ่านคลิกที่นี่ครับ) ทั้งลุงพอลและช่างฟลอยด์มีความชอบที่คล้ายกันในเรื่องความรักนก คนนึงทำกีตาร์สวยๆ ส่วนอีกคนก็ทำงานไม้เนียนๆ งานของทั้งสองคนนี้จึงมาเจอกันได้ไม่ยาก – ผลก็คือกีตาร์ PRS ที่มีงานแกะสลักของช่างฟลอยด์อยู่บนตัวกีตาร์นั่นเอง

ช่างฟลอยด์ร่วมงานกับ PRS มาตั้งแต่ราวๆปี 2000 แต่จำนวนกีตาร์ PRS ที่แกร่วมสร้างกลับมีจำนวนแค่หลักสิบ นานๆ ออกมาในโอกาสพิเศษหรือเป็นล็อต limited run เล็กๆ ซึ่งจากที่ผมพูดมาเพื่อนๆก็คงพอเดาได้ว่า กีตาร์ PRS ที่แปะท็อปผลงานของแกจะมาในเกรด Private Stock (custom shop ของ PRS) เท่านั้น

วิธีการทำงานระหว่างช่างฟลอยด์กับ PRS คือ โรงงาน PRS ส่งบอดี้ที่แปะไม้ท็อป (เฉพาะบอดี้ ไม่มีคอ) ซึ่งผ่านขั้นตอนการปาด เกลา เรียบร้อยเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ไปให้ช่างฟลอยด์จัดการแกะสลักเป็นรูปร่างสัตว์ต่างๆ ที่ workshop ของช่าง เมื่อแกะเสร็จแล้วช่างฟลอยด์แกก็ลงสีเฉพาะในส่วนที่แกแกะสลัก เนื่องจากงานทำสีตรงนี้เป็นทักษะเฉพาะตัวของช่างฟลอยด์จึงต้องให้เจ้าตัวทำเอง

ช่างฟลอยด์จะลงสีเฉพาะส่วนที่ตัวเองแกะสลักเท่านั้นนะครับ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของทีมช่าง Private Stock

เมื่อลงสีส่วนที่แกะสลักเรียบร้อยแล้ว ช่างฟลอยด์จึงส่งกีตาร์กลับโรงงาน PRS ที่รัฐ Maryland (ระยะทางประมาณเชียงรายถึงกรุงเทพฯ) เพื่อให้ทีมช่างของแผนก Private Stock จัดการใส่คอประกอบเป็นตัวกีตาร์ ลงสีในส่วนที่เหลือ เคลือบ finish ติดตั้งอะไหล่ต่างๆ และระบบไฟฟ้าต่อไปจนเสร็จ

ผลงานของช่าง Floyd บนกีตาร์ PRS

เนื่องจากงานของช่างฟลอยด์ที่ทำให้ PRS Private Stock นั้นมีจำนวนน้อยมากๆ บางครั้งมาเป็น limited run ล็อตเล็กๆ ห้าตัวสิบตัว แต่ก็มีบ้างที่ช่างฟลอยด์ต้องแกะสลักแพทเทิร์นเดิมซ้ำ เนื่องจากมีลูกค้าของ PRS มาออเดอร์ในภายหลัง แต่ก็ไม่มากนะครับ

ผลงานของช่างฟลอยด์ที่มากับกีตาร์ PRS Private Stock บางล็อตก็เป็นสเปคเดียวกันทั้งล็อตแบบ limited run (เช่น PS Golden Eagle limited กับ Snake limited) แต่บ่อยครั้งที่เป็นเปิดให้จองตามจำนวนก่อนแล้วให้ลูกค้าสั่งสเปคเองของใครของมัน เราจึงบอกได้ยากว่ากีตาร์ PRS ท็อปแกะสลักแต่ละตัวสเปคเป็นอย่างไร เพราะตอนผลิตจริงอาจไม่เหมือนสเปคที่ประกาศตอนเปิดจอง ก็ต้องดูเป็นรายตัวไป

แต่ถึงจะเอาแน่เอานอนเรื่องเปคไม่ค่อยได้ ผมก็ขอรวบรวมผลงานของช่างฟลอยด์มาให้ชมกันพร้อมสเปคพื้นฐานคร่าวๆ ของแต่ละรุ่นมาให้ชมกันครับ มีอะไรบ้าง ไปหลอนกันเลย

PRS Golden Eagle limited (2001)

Base ModelStandard 22
Body Woodcarved basswood, multi piece
Finish TypeSatin Nitro Finish
Colornatural
Neck WoodCurly maple or optional Brazilian rosewood
FingerboardBrazilian rosewood with white purfling
Scale Length25″
InlaysSolid gold outlined birds with special eagle on 1st fret
HeadstockSolid gold outlined Private Stock Eagle
Neck PickupN/A
Bridge PickupN/A
BridgePRS Tremolo
TunersPhase I Locking

PRS Golden Eagle รุ่นนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ช่างฟลอยด์แกะสลักบอดี้ ของกีตาร์รุ่นนี้เป็นนกอินทรี golden eagle นกนักล่าขนาดใหญ่ขนสีน้ำตาลทอง สเปคกีตาร์รุ่นนี้จะแปลกๆนิดนึง เพราะบอดี้เป็นไม้ basswood ทั้งดุ้น ไม่มีไม้ท็อป ไม้คอเป็นเมเปิลลายเฟลม (แต่ตัวในรูปสั่งออพชันไม้ Brazilian rosewood) ฟิงเกอร์บอร์ด Brazilian rosewood อินเลย์บนบอร์ดรวมถึงนก Private Stock บน headstock เลี่ยมด้วยนกวัสดุสีขาวเดินเส้นขอบสีทองๆด้วยทองจริง (solid gold) กีตาร์รุ่นนี้ยังมีความพิเศษตรงที่เฟรทแรกมีอินเลย์นกอินทรี golden eagle เพิ่มมาอีกตัวหนึ่งด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีงานเดินเส้น purfling สีขาวยาวตั้งแต่ริมฟิงเกอร์บอร์ดจรด headstock

กีตาร์รุ่นนี้ผลิตจำกัด มีแค่ 10 ตัวครับ

นกอินทรี golden eagle

PRS Private Stock Red Tailed Hawk

นกเหยี่ยว red tailed hawk

สำหรับ Private Stock ที่เสริมความหล่อเหลาน่าสะสมด้วยท็อปแกะสลักเป็นรูปเหยี่ยวหางแดง (red tailed hawk) นี้ เท่าที่ผมเจอสี่ตัวมาในโมเดล McCarty กับ Custom 22 สเปคที่เหมือนกัน คือ บอดี้มาฮอกกานี คอและฟิงเกอร์บอร์ดเป็นไม้ Brazilian rosewood มีอินเลย์นกที่เฟรท 12 (รูปนกเหยี่ยว cooper) เพียงตำแหน่งเดียว วัสดุที่ใช้คือ gold mother of pearl เดินเส้นขอบด้วยทอง 14k ซึ่งอินเลย์นก Private Stock บนหัวกีตาร์ก็ใช้วัสดุแบบเดียวกัน และแน่นอนว่าเคลือบไนโตรบางๆ โชว์ความสวยงามของงานแกะสลักไม้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ลองสังเกตกีตาร์ red tailed hawk ต่อไปนี้แต่ละตัวนะครับว่ารายละเอียดของตัวนกจะแตกต่างกันไป เป็นเสน่ห์ของงานทำมือที่การทำซ้ำแต่ละครั้งจะไม่เหมือนเดิมเป๊ะๆ

PS #1239 Red Tailed Hawk McCarty

Private Stock หมายเลข 1239 McCarty Red Tailed Hawk ตัวนี้เป็นออเดอร์ของดีลเลอร์ญี่ปุ่น

PS #1292 Red Tailed Hawk McCarty

สำหรับตัวนี้ หมายเลขนี้ ผมเคยเห็นศิลปินของบ้านเราท่านหนึ่งครอบครองอยู่นะครับ

PS #4208 Red Tailed Hawk McCarty

PS #4208 ตัวนี้เป็นออเดอร์ของร้าน Sweet Water ร้านเครื่องดนตรีเจ้าดังของอเมริกา
serial number ด้านบนเขียนเลข 7 หมายถึงปี 2007 แต่เลข PS เป็นปี 2012 นั่นหมายความว่าเป็นกีตาร์ที่กำลังผลิตอยู่ในปี 2007 แต่ติดปัญหาการแสดงเอกสารที่มาของไม้ Brazilian rosewood จนต้องระงับการผลิตไปหลายปี และกลับมาผลิตต่อจนเสร็จในปี 2012 ลักษณะเดียวกับ Modern Eagle new old stock (NOS) นั่นเอง

PS #6702 Red Tailed Hawk Custom 22

สำหรับหมายเลข 6702 นี้มาในทรง Custom 22 แต่รูปนี้ยังทำไม่เสร็จครับ

PRS Private Stock Great Horned Owl (2010)

Specs : PRS Private Stock Great Horned Owl limited edition (2010)

Base ModelCustom 24 or Custom 22
Top WoodPrivate Stock grade Flame or Quilt Maple top with ‘Great Horned Owl” carved by Floyd Scholz. Each guitar with different owl’s head pivot. The owl on the last guitar looks straight at you.
Finish Nightshade in satin nitrocellulose
InlaysMoon with Stars: Mother of pearl and black lip mother of pearl custom moon inlay on the 12th fret with mother of pearl stars
Headstock Mother of pearl and black lip mother of pearl Private Stock Eagle
BridgePRS Tremolo
No. made5

หนึ่งใน PRS ผลงานช่างฟลอยด์ที่เป็นที่กล่าวขานมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Private Stock Great Horned Owl งานแกะสลักนกฮูกเกรทฮอร์นซึ่งเปิดตัวในงาน Experience PRS 2010 นกฮูกสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นตรงใบหูที่มีขนาดใหญ่ดูคล้ายเขา (horn) จนเป็นที่มาของชื่อ

กีตาร์ PS Great Horned Owl ล็อตนี้ไม่ได้ผลิตแบบ limited run ที่แชร์สเปคเหมือนกันเด๊ะทุกตัว หากแต่ลูกค้าสามารถกำหนดออพชันหลายอย่างได้ตามความชอบ ตั้งแต่ base model ที่มีให้เลือกระหว่าง Custom 22 และ Custom 24, ไม้หลัง, ไม้คอ, ไม้ฟิงเกอร์บอร์ด, ปิคอัพ, ระบบไฟฟ้า และสีอะไหล่ เป็นต้น ดังนั้นสเปคโดยละเอียดของกีตาร์ล็อตนี้แต่ละตัวก็อาจมีบางจุดที่แตกต่างกันไป เท่าที่ผมเห็นมา 3 ตัวเป็น Custom 24 แต่ไม้คอมีทั้งไม้โรสวูดและมาฮอกกานี (แต่สเปคอย่างเป็นทางการระบุไว้ว่าคอโรสวูด)

https://farm5.staticflickr.com/4135/5057818978_64ca6ed814_b.jpg
นกฮูก great horned owl

งานแกะสลักของเจ้านกฮูกมีเขาตัวนี้ นอกจากความสวยงามสมจริงตามแบบฉบับช่างฟลอยด์แล้ว ความพิเศษอย่างหนึ่งของกีตาร์แต่ละตัวในเซ็ทนี้คือ คอของนกฮูกแต่ละตัว “หันหน้าไม่เท่ากัน” โดยตัวแรกจะหันหน้าไปทางหัวกีตาร์ ส่วนตัวต่อๆมา จะค่อยๆ หันออกมาทางฝั่งบริดจ์ จนตัวที่ 5 มันจะหันตรงออกมาด้านนอกพอดี นอกจากนี้ตรงนัยน์ตาของนกฮูก ช่างฟลอยด์ใช้คริสตัลสั่งทำจากแบรนด์อัญมณีระดับโลก Swarovski ซึ่งความพิเศษของมันก็คือ นัยน์ตาของนกฮูกจะดูเหมือนมองตามเราไม่ว่าเราจะมองมันจากมุมไหนก็ตาม เสมือนว่ามันมีชีวิตจริงๆ

มุมนี้ดูน่ากลัวแฮะ

งานประดับบนฟิงเกอร์บอร์ดเป็นอินเลย์ประกายดาวสี่แฉกดวงเล็กๆ แทนที่เฟรทที่เคยมีนก ยกเว้นเฟรทที่ 11-13 เป็นพระจันทร์เสี้ยว วัสดุที่ใช้คือเปลือกหอยมุก black lip mother of pearl แต่พระจันทร์บนบอร์ดของกีตาร์เซ็ทนี้แต่ละตัว ไม่เหมือนกันนะครับ เนื่องจากพระจันทร์จะเปลี่ยนเสี้ยวทีละนิด ในส่วนของอินเลย์ Private Stock Eagle บน headstock นั้นก็ใช้วัสดุ black lip mother of pearl ปนกับ mother of pearl ได้นกอินทรีสีดำสลับสีมุก เรียบง่ายแต่สวยงาม

งานอินเลย์บนบอร์ดและบน headstock ใช้เครื่อง CNC ช่วยนะครับ ไม่ใช่งานแกะสลัก

PRS PS Great Horned Owl limited แต่ละตัว ต่างกันอย่างไร?

ลองเปรียบเทียบความแตกต่างของ PS GHO ltd แต่ละตัว เท่าที่ผมมีข้อมูลครับ

ตัวที่ 1

ตัวที่ 4

ตัวนี้ตัวที่ 4 สังเกตว่าหันมาเกือบตรงเราแล้ว เห็นตาทั้งสองข้าง

ตัวที่ 5 (ตัวสุดท้าย)

PRS Great Horned Owl ตัวที่ 5 ตอนที่มันยังอยู่กับคุณบอล วงบางแก้วครับ (ขอบคุณคุณ Noy Noy แห่งเว็บ guitarthai.com เจ้าของรูปครับ)

PRS Great Horned Owl limited ตัวไหนแพงสุด?

ตัวที่มูลค่าสูงสุดในบรรดา GHO ทั้งห้า ก็คือตัวสุดท้ายซึ่งหันหน้าตรงออกมานั่นเอง เจ้าตัวนี้เคยอยู่ในครอบครองของคุณบอล วงบางแก้ว แต่ได้ขายไปเมื่อปี 2559 ราคาที่ขายในตอนนั้นอยู่ที่ 1,600,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แพงกว่า PRS Dragon ทุกรุ่น และไม่รู้ราคาตอนนี้จะพุ่งไปถึงเท่าไหร่แล้วนะครับ

อันที่จริงผมว่า PRS Great Horned Owl แต่ละตัวก็สวยในแบบของตัวเองนะครับ อย่างตัวหมายเลข 1 ถึงจะไม่หันตรงมาทางเราและเห็นดวงตาแค่ข้างเดียว แต่การที่มันหันข้างจึงทำให้นัยน์ตาดูเหมือนเหลือบมองเราอยู่ สร้างความรู้สึกลึกลับ น่ากลัว กว่าตัวที่หันหน้าตรง

นอกจากเซ็ท 5 ตัวที่ออกมาพร้อมกันแล้ว ที่จริงเรายังสามารถสั่งทำได้นะครับ อย่างเช่น McCarty 594 Great Horned Owl เมื่อปี 2018 ซึ่งจากในรูปนี้ช่างฟลอยด์เค้ายังทำไม่เสร็จ การสั่งทำก็ต้องติดต่อผ่านตัวแทนเพื่อให้เขาสอบถาม PRS อีกทีว่าช่างฟลอยด์สะดวกทำให้มั้ย และราคาประมาณเท่าไหร่ แต่บอกได้คร่าวๆว่า ราคาสั่งทำ ณ เดือนมีนาคม 2562 ไม่ถึงล้านครับ

ถ้า Dragon 2002 คือที่สุดของ PRS สายอินเลย์ ผมก็คิดว่า Great Horned Owl ตัวที่ห้า คือที่สุดของ PRS สายแกะสลักครับ

PRS Private Stock Birds Series (2012)

PS Bird Series เป็นกีตาร์ limited run ที่ดีลเลอร์ญี่ปุ่นสั่งผลิตและนำออกโชว์ตัวในงาน NAMM ต้นปี 2013 แนวคิดของกีตาร์แกะท็อปเซ็ทนี้คือการนำเอาลักษณะของอินเลย์นกบนฟิงเกอร์บอร์ดกีตาร์ PRS ที่มี 10 ชนิดมาเป็นต้นแบบให้ช่างฟลอยด์แกะสลักบนไม้ท็อปโดยใช้จินตนาการของตัวช่างเองว่าจะนำเสนอนกชนิดใดที่ดูเข้ากัน

และเพื่อให้เรารู้ว่า ช่างฟลอยด์ใช้ต้นแบบจากนกตัวใดบนฟิงเกอร์บอร์ดมาแกะสลักท็อป ทาง PRS ก็จัดการทำ hi light อินเลย์นกตัวนั้นบนฟิงเกอร์บอร์ดด้วย ถือว่าเป็นแนวคิดที่เก๋ใช้ได้

Specs พื้นฐาน PRS Private Stock Birds limited run ทั้ง 10 ตัว

  • Base Model: McCarty
  • Neck Wood: “Sinker” Mahogany
  • Fingerboard Wood: East Indian Rosewood
  • Top Wood: East Coast Curly Maple with a Floyd Scholz 10 carvings of bird
  • Back Wood: Ribbon Mahogany
  • Fingerboard Inlays: White mother of pearl with 14 Karat gold etched
  • Headstock Veneer Inlays: White mother of pearl Private Stock Eagle
  • Finish Type: Satin nitro
  • Pickups: Treble: 57/08 Bass: 57/08
  • Electoronics: McCarty
  • Hardwere: Gold / Nickel PRS Stoptail and Phase III Locking Tuning Pegs With East Indian Rosewood buttons and a Ribbon Mahogany Backplate

Private Stock Birds limited run ทุกตัวใช้สเปคแทบจะเหมือนกันทั้งหมด คือใช้พื้นฐานจากกีตาร์รุ่น McCarty ซึ่งตัวหนากว่าและเฟรทใหญ่กว่า Custom 24 บอดี้มาฮอกกานีลายริบบิ้น คอเป็นมาฮอกกานีชนิดพิเศษที่ PRS เรียกว่า sinker mahogany (แปลว่า มาฮอกกานีจมน้ำ) ซึ่งมีความหนาแน่นสูงพอๆกับไม้โรสวูดจนมีมีน้ำหนักมากกว่าไม้มาฮอกกานีปกติ ให้เนื้อเสียงที่มีย่านเบสมากกว่าปกติ คำว่า sinker เป็นศัพท์ที่บริษัท PRS บัญญัติขึ้นเองเพื่อเรียกไม้พิเศษนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม้ sinker mahogany แท้จริงแล้วไม่ได้ผ่านการแช่น้ำมานะครับ เขาแค่เรียกเปรียบเปรยว่าลักษณะมันคล้ายๆไม้ที่จมน้ำมา โปรไฟล์คอเป็น pattern regular นะครับ ต่างจาก McCarty สเปคปกติที่คอจะอ้วนกว่านี้

ฟิงเกอร์บอร์ด east Indian rosewood อินเลย์นกเป็น white mother of pearl และสำหรับนกตัวที่ต้องไฮไลท์จะใช้วัสดุทอง 14k ส่วนระบบไฟฟ้าก็ปิคอัพ 57/08 สวิทช์สามทางเหมือน McCarty 58 บริดจ์มีแบบ stoptail อย่างเดียว ทุกตัวเคลือบไนโตรบางๆ เพื่อโชว์ลายไม้และงานแกะสลักที่ดูเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

PS Bird limited run มีอะไรบ้าง ไปดูตัวอย่างกันเลย

PRS Private Stock #3912 : Bird limited run McCarty – นกตัวที่ 7 Blue Bird

Specifications PRS PS #3912 Bird limited run Blue Bird

  • Base Model: McCarty
  • Neck Wood: “Sinker” Mahogany
  • Fingerboard Wood: East Indian Rosewood
  • Top Wood: East Coast Curly Maple with a Floyd Scholz “Blue Bird” Carving
  • Back Wood: Ribbon Mahogany
  • Color / Stain: Red Blue Bird
  • Fingerboard Inlays: White mother of pearl with 14 Karat gold etched 17th fret bird
  • Headstock Veneer Inlays: White mother of pearl Private Stock Eagle
  • Finish Type: Satin nitro
  • Pickups: Treble: 57/08 Bass: 57/08
  • Electoronics: McCarty
  • Hardwere: Gold / Nickel PRS Stoptail and Phase III Locking Tuning Pegs With East Indian Rosewood buttons and a Ribbon Mahogany Backplate

PRS Private Stock #3914 : Birds limited run McCarty – นกตัวที่ 9 Landing Eagle

นกตัวที่ 9 ช่างฟลอยด์นำเสนอนกอินทรีบินโฉบ

Specifications PRS PS #3914 Bird limited run Landing Eagle

  • Base Model: McCarty
  • Top Wood: East Coast Curly Maple with a Floyd Scholz “Landing Eagle” Carving
  • Color / Stain: Nightshade Landing Eagle
  • Fingerboard Inlays: White mother of pearl with 14 Karat gold etched 21st fret bird

PRS Private Stock #3915 : Birds limited run McCarty – นกตัวที่ 10 Great Horned Owl

Specifications: PRS Private Stock #3915 : Birds limited run McCarty 24 fret – Great Horned Owl

  • Base Model: McCarty with 24 frets
  • Top Wood: East Coast Curly Maple with a Floyd Scholz “Great Horned Owl” Carving
  • Color / Stain: Green Great Horned Owl
  • Fingerboard Inlays: White mother of pearl with 14 Karat gold etched 24th fret bird

สำหรับตัวที่ 10 นี้ มีความแปลกแหวกแนวตรงที่เป็นรุ่น McCarty แต่มี 24 เฟรท ไม้ท็อปแกะสลักของตัวนี้ก็เป็นนกฮูก great horned olw แต่ตัวเล็กๆ ออกแนวน่ารักมากกว่าน่ากลัวแบบ Great Horned Owl 5 ตัวข้างบน

PRS Private Stock #3975 : Birds limited run McCarty Narrowfield

  • Base Model: McCarty Narrowfield
  • Body wood: Mahogany
  • Top Wood: Curly Maple with a Floyd Scholz “Raven” Carving
  • Neck and fingerboard wood: flamed maple
  • Color / Stain: purple mist satin
  • Fingerboard Inlays: Moons and Stars: black lip mother of pearl
  • Headstock inlay: Private Stock Eagle in black lip mother of pearl
  • Pickups: PRS Narrowfield
  • Controls: 3 way toggle, 1 vol., 1 tone

สำหรับนกของตัวนี้จะหลงฝูงหน่อยนะครับ เพราะตัวนี้ไม่ได้อิง concept นกบนฟิงเกอร์บอร์ด แต่เป็น McCarty Narrowfield สีดำด้านที่ช่างฟลอยด์แกะท็อปเป็นรูปอีกาตัวใหญ่ที่เมืองนอกเรียกว่า raven ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย ซึ่งก็อาจจะด้วยเหตุนี้ทาง PRS จึงเลือกใช้สี purple mist satin เข้มๆ มืดๆ ให้กีตาร์ดูน่ากลัวขึ้นไปอีก แถมเป็นสีทึบที่ตัดกับบอร์ดเมเปิลลายเฟลมขาวๆ ดูตัดกัน

นอกจากงานแกะสลักบนท็อปแล้ว ปิคอัพของเจ้าตัวนี้ก็อาจดูแปลกตาสำหรับเพื่อนๆ บางคน เนื่องจาก McCarty ตัวนี้ติดตั้งปิคอัพ 57/08 Narrowfield ซึ่งเป็นปิคอัพ humbucker ที่บีบหน้าแคบเพื่อโฟกัสช่วงการรับรู้การแกว่งของสายกีตาร์ให้แคบลง จึงมีความหวานอย่าง humbucker รุ่น 57/08 แต่ย่านกลางมีโฟกัสมากขึ้น ลดความบวมเบลอลงไป สำหรับระบบปิคอัพแบบนี้จะไม่มีการตัดคอยล์นะครับ

Private Stock Custom 24 Snake limited (2017)

Base ModelCustom 24
Top WoodPrivate Stock Grade Quilt Maple
Body WoodAfrican Mahogany
Finish TypeSatin Nitro Finish
Finish ColorNatural
Back FinishSatin Nitro Finish
BindingScraped Maple Binding
Neck WoodIndian Rosewood
FingerboardMadagascar Rosewood
Neck CarvePattern Regular
Scale Length25‘’
Frets24
Nut MaterialBone
Neck FinishNitro
InlaysGold MOP Bird Inlays
Side DotsMOP
PurflingStrad Purfling Consisting Of Gold And White MOP Along the Fretboard and Headstock Veneer
HeadstockStrad Purfling Consisting Of Gold And White MOP Along the Fretboard and Headstock Veneer
Neck Pickup58/15
Bridge Pickup58/15
HardwareGold
BridgePRS Tremolo
TunersPhase lll Locking
ControlsVolume,Push-Pull Tone and 3-Way Toggle
Coor/finishNatural with smokeburst, nitrocellulose
No. made6
Price new$21,999 (ประมาณ 700,000 บาท)

สำหรับ PS limited run เซ็ทนี้สั่งผลิตโดยร้าน Wild West Guitars ของอเมริกา พื้นฐานกีตาร์มาจากรุ่น Custom 24 พร้อมงานแกะสลักท็อปเป็นรูปงูหางกระดิ่ง (sidewinder rattlesnake) ที่ดูเป็นสามมิติ มีความสมจริงอย่างน่ากลัว ทั้งแววตา เกล็ดงู รวมไปถึงงานลงสีที่ดูราวกับมีงูจริงๆ กำลังเลื้อยอยู่บนกีตาร์ แสดงให้เห็นฝีมือของช่างฟลอยด์ที่ไม่ได้แกะได้แต่นก

สเปคของตัวนี้บอดี้ก็มาฮอกกานีมาตรฐาน แต่คอเป็นไม้ Indian rosewood คัดเกรดสีเข้มๆ ประกบด้วยฟิงเกอร์บอร์ดไม้ Madagascar rosewood อินเลย์นกวัสดุ gold mother of pearl มีงานเดินเส้น purfling ลาย strad ดูวินเทจๆ เป็นแนวยาวตลอดริมฟิงเกอร์บอร์ดคลุมไปจนถึง headstock สำหรับระบบไฟฟ้ายกเอาของ McCarty มาใส่ คือเซ็ท 58/15 (ที่ไม่ Low Turn) ให้โทนเสียงหวานวินเทจแต่มีความชัดเจน ไม่กลมบวม ควบคุมด้วยสวิทช์ toggle 3 ทาง วอลุ่มและโทนอย่างละปุ่ม ดึงปุ่มโทนตัดคอยล์ได้

ผลงานชิ้นนี้ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างด้วยนะครับ คือระหว่างที่คุณ Floyd กำลังแกะสลักไม้ท็อปของกีตาร์ตัวต้นแบบอยู่นั้น แกเกิดอาการหัวใจวายกะทันหันเคราะห์ดีที่มีคนอยู่ด้วยและหามส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัดลิ้นหัวใจได้ทัน หลังจากเข้ารับการรักษาจนอาการดีขึ้น ก็กลับมาแกะสลักกีตาร์หน้างูต่อจนเสร็จครบทุกตัว

กีตาร์เซ็ทนี้มีจำนวนทั้งหมดหกตัว ราคามือหนึ่งตัวละประมาณเจ็ดแสนบาท

เหมือนจริงเกินไปไหม

PRS Private Stock Snarling Tiger McCarty 594 (2018)

Specifications: Private Stock Snarling Tiger McCarty 594

  • Base Model: McCarty 594
  • Neck wood: Curly maple
  • Fingerboard wood: Curly maple- stained to match with ebony binding
  • Top wood: One-piece curly maple with an ebony binding as well as a “Snarling Tiger” hand carved by Floyd Scholz
  • Back wood: Figured mahogany
  • Headstock Veneer wood: Curly maple- stained to match with ebony binding
  • Neck Carve: Pattern Vintage
  • Side Dots: Mother of pearl
  • Color / Stain: Faded Orange Tiger
  • Fingerboard inlays: Mother of pearl birds
  • Headstock veneer inlays: Mother of pearl Private Stock eagle
  • Finish type: Satin nitro
  • Pickups: Treble: 58/15 LT Bass: 58/15 LT
  • Electronics: Two volumes, two push-pull tone controls with 3-way toggle
  • Hardware: Gold/nickel PRS 2pc stoptail, phase III set screw locking tuning pegs with curly maple buttons, figured mahogany backplates as well as a bone nut

สำหรับ PS McCarty 594 ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของช่างฟลอยด์ที่ไม่ใช่การแกะรูปนกแต่เป็นรูปเสือโคร่งคำราม ซึ่งช่างบอกไว้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่แกะสลักเสือ

สเปคของตัวนี้ใช้พื้นฐานจากกีตาร์สายวินเทจของ PRS รุ่น McCarty 594 ที่มีความยาวสเกล 24.594 นิ้วเท่า Gibson Les Paul ปี 1959 ของจริง ไม้ท็อปชิ้นเดียวลายเฟลมจัดๆ ตัดลายให้เฉียงนิดๆ ดูคล้ายลายเสือ บอดี้มาฮอกกานีมีลาย (figured mahogany) วัดความหนารวมท็อปได้สองนิ้ว สำหรับตัวนี้ไม้คอเปลี่ยนจากมาฮอกกานีเป็นไม้เมเปิลลายเฟลมตัดเฉียงๆ ให้ดูคล้ายลายเสือ สำหรับฟิงเกอร์บอร์ดก็เป็นไม้เมเปิลลายเฟลมจัดๆ เช่นกัน

ปิคอัพเป็นรุ่น 58/15 LT ให้โทนวินเทจมีความหวานแต่มีความคมชัด (clarity) ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบปิคอัพยุคปัจจุบันที่ลุงพอลจะเน้นเรื่อง clarity มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นปิคอัพสำหรับกีตาร์รุ่นวินเทจอย่าง McCarty หรือ Custom ก็ตาม ปิคอัพเซ็ทนี้ควบคุมด้วยปุ่มวอลุ่มและโทนอย่างละสองอันโดยปุ่มโทนทั้งสองอันดึงตัดคอยล์ได้ ส่วนสวิทช์เลือกปิคอัพยกไปไว้บน upper horn ดูจากการวาง control layout แล้วก็ชัดเจนว่าได้แรงบันดาลใจมากจากกีตาร์ Gibson นั่นเอง

ลูกบิดล็อกสายมากับใบลูกบิด (tuning buttons) ที่ทำจากไม้เมเปิลลายเฟลม ดูแมทช์กับ headstock veneer กีตาร์รุ่นนี้มาในสี faded orange tiger บริดจ์แบบสองชิ้น saddles ทั้งหกอันทำจากทองเหลือง รวมทั้งเสา tailpiece ทั้งสองอันก็ทำจากทองเหลืองด้วย

PRS Private Stock Harpy Eagle Custom 24 – Michael Reid employee guitar

บอดี้ไม้ spanish cedar มีการต่อไม้ ส่วนคอทำจากไม้ peroba rosa เหมือน PRS Reclaimed Limited ที่ขายหมดเกลี้ยงไปแล้ว
  • Peroba Do Campo Top
  • Spanish Cedar Back
  • Peroba Rosa Neck (Pattern Thin Carve)
  • Brazilian Rosewood Fretboard
  • Peroba Do Campo Bird Inlay
  • Natural Satin Finish
  • Gold Hardware
  • 85/15 Pickups
  • Gen 3 Tremolo Bridge
  • Phase III Tuners
  • 5-Way Blade Switch
  • Peroba Do Campo Truss Rod Cover

กีตาร์ Private Stock Custom 24 ตัวนี้เป็นกีตาร์ที่สร้างขึ้นเป็นกีตาร์สวัสดิการพนักงาน (employee guitar) คนสำคัญท่านหนึ่งของ PRS ที่ชื่อ Michael Reid ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกจัดซื้อไม้ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกีตาร์สวยๆ ของ PRS มานานตั้งแต่ก่อนลุงพอลจะตั้งบริษัทซะอีก ผลงานที่ทำให้ลุงไมเคิลเป็นที่รู้จักล่าสุดก็คือโปรเจคท์ขุดไม้เสา-งัดเอาไม้ฝาจากบ้านเก่าที่ประเทศบราซิล มาสร้างกีตาร์ในซีรีส์ Reclaimed Limited ที่ยอดจองถล่มทลายขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่เปิดจองไม่ถึงสองวัน อ่านความเรื่องราวของกีตาร์ PRS ที่ทำจากไม้เก่าอายุ 150 ปีได้ที่นี่ครับ

แต่คุณไมเคิลแกใจบุญ เนื่องจากแกไม่รับกีตาร์ตัวนี้ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแกไว้ใช้เองหรือเอาไปขายต่ออย่างที่ลูกจ้างคนอื่นๆ มักทำกัน แต่แกกลับมีไอเดียนำไม้เก่าที่ได้จากบราซิลตอนที่ไปจัดซื้อไม้มาทำ Reclaimed Limited มาผลิตกีตาร์สวัสดิการของแกโดยให้มีงานแกะสลักของช่างฟลอยด์อยู่บนตัวกีตาร์เพื่อนำไปประมูลเพื่อนำเงินไปบริจาคให้มูลนิธิ American Bird Conservancy เพื่อใช้จ่ายในโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่า Atlantic Forest ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของไม้เก่าที่ใช้ทำบ้านเรือนที่นั่น ก่อนจะถูกรื้อมาทำเป็นกีตาร์ตัวนี้นั่นเอง

นกอินทรี harpy eagle

ลุงไมเคิลเอาไอเดียนี้ไปคุยกับช่างฟลอยด์ซึ่งเป็นคนรักธรรมชาติรักนกอยู่แล้ว ช่างฟลอยด์เห็นดีเห็นงามกับโปรเจคท์การกุศลนี้ด้วย ก็เลยรับแกะสลักไม้ท็อปให้ฟรีๆ โดยช่างฟลอยด์ขอแกะเป็นรูปนกอินทรี harpy eagle นกนักล่าผู้ทรงพลังแห่งป่าดิบฝนซึ่งกำลังใกล้สูญพันธุ์เต็มที เมื่อสร้างเป็นตัวกีตาร์เรียบร้อยแล้ว PRS ก็นำออกประมูลในเดือนตุลาคม 2018 และขายได้ 13,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 415,000 บาท

เนื่องจากไม้ทำกีตาร์ตัวนี้ ลุงไมเคิลไปงัดมาจากบ้านและอาคารเก่าอายุ 125 – 200 ปีในบราซิล ไม้ที่ได้มาก็เลยดูไม่คุ้นหูพวกเราสักเท่าไหร่ บอดี้ cedar สายพันธุ์สเปนนี่ยังพอเดาว่าเป็นไม้ tonewood ที่ใช้ทำท็อปของกีตาร์โปร่ง บอร์ดบราซิเลี่ยนโรสวูดอันนี้พวกเรารู้จักว่ามันคืออะไร แต่ไม้ท็อป peruba do compo กับไม้คอ peruba rosa นี้ บอกได้เพียงว่าอดีตมันเคยเป็นพื้นบ้านมาก่อน เสียงของกีตาร์ตัวนี้ที่ถ่ายทอดผ่านปิคอัพ 85/15 เป็นอย่างไรนั้น ลองฟังจากช่วงท้ายๆ ของคลิปนี้ครับ ซัสเทนยาวเหลือเชื่อ


ลุง Michael Reid (เสื้อสีแดง) และช่าง Floyd Scholz พูดถึงที่มาของโปรเจคท์ ในช่วงท้ายๆลุงพอลมาเทสต์เสียงคลีนนิดหน่อย ซึ่งเราจะเห็นว่าซัสเทนของกีตาร์ตัวนี้ยาวมากแม้ไม่มีเสียงแตกหรือดีเลย์อะไรช่วยเลย

งานแกะท็อปด้วยมือ -VS- งานอินเลย์จาก CNC

การสร้างลวดลายต่างๆบนตัวกีตาร์ที่สวยงามด้วยกรรมวิธีฝังวัสดุ (inlay) ของอุตสาหกรรมการผลิตกีตาร์ในยุคนี้ ถูกทำขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยี CNC (computerized numerical control) ที่ออกแบบลวดลายด้วยซอฟท์แวร์ Computer Aided Design (เช่น Solid Works) ในคอมพิวเตอร์สำหรับสั่งให้เครื่อง CNC ทำงาน แล้วสั่งเครื่อง CNC ที่ติดตั้งสว่านขนาดต่างๆ เอาไว้ ให้แกะร่อง/เจาะ/ถากไม้บนไม้ท็อปหรือไม้ฟิงเกอร์บอร์ดให้เป็นรูปร่างตามแปลนที่ได้ออกแบบไว้ด้วยความแม่นยำ รวมทั้งงานตัดชิ้นวัสดุที่จะใช้ฝังในร่องไม้ก็ใช้เครื่อง CNC ในการตัดเช่นกัน เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงนำชิ้นวัสดุมาแปะกาวและบรรจงวางเรียงลงในช่องไม้ที่เครื่อง CNC ขุดไว้ในตอนแรก เมื่อแปะเสร็จแล้วจึงขัดเศษวัสดุส่วนเกินออก แล้วจึงเคลือบ finish เพื่อปกป้องไม้และชิ้นงาน

เหล่าผู้ผลิตกีตาร์ทุกแบรนด์ในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็น PRS, Gibson, Martin, Knaggs, Sadowsky ฯลฯ เมื่อต้องการงานฝังอินเลย์ที่มีความละเอียดซับซ้อนเป็นพิเศษมากกว่าจุดกลมๆ หรือนกเรียบๆ ผู้ผลิตกีตาร์เหล่านี้จะไปจ้างบริษัทรับทำอินเลย์ที่มีความพร้อมทั้งเครื่องมือ บุคลากรเฉพาะทาง และ know how ให้จัดการให้ ซึ่งบริษัทอินเลย์เหล่านี้ต่างก็สามารถให้บริการครบวงจรตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงฝังวัสดุจนเสร็จ ดังนั้นที่ดูเหมือนว่าแบรนด์นั้นแบรนด์นี้ทำอินเลย์เก่งจัง ที่แท้ของพวกนี้แบรนด์กีตาร์ไม่ได้ทำเอง เขาจ้างคนอื่นทำให้ เผลอๆจ้างออกแบบให้ด้วยซ้ำ สองบริษัทแนวหน้าที่แบรนด์กีตาร์ดังๆ แห่กันไปใช้บริการก็ได้แก่บริษัท Pearl Works และ Aulson Inlay

ซึ่งสำหรับ PRS กีตาร์ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องงานอินเลย์คงหนีไม่พ้นซีรีส์ Dragon ซึ่งมีอยู่หลายรุ่น ถือเป็นกีตาร์เกรดสูงสุดของ PRS ในหลายด้าน ทั้งเกรดไม้ ราคา จำนวนผลิตน้อย แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งแรกที่คนจะนึกถึงเกี่ยวกับมัน คือ งานฝังอินเลย์รูปมังกรหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีกีตาร์ในเกรด Private Stock อีกหลายตัวที่ชูจุดขายเรื่องงานฝังอินเลย์ล้ำๆ เช่นเดียวกัน อ่านข้อมูลเกี่ยวกับกีตาร์ PRS Dragon ทุกตัวตั้งแต่ตัวแรกถึงตัวล่าสุดได้ที่นี่ครับ

PRS Dragon 2002 ผลงานการออกแบบของ Jeff Easley โดยบริษัท Pearl Works เนรมิตให้เกิดขึ้นจริงบนตัวกีตาร์

ข้อดีของงานประดับแบบฝังวัสดุก็คือเราสามารถเสกสรรค์ให้มันเป็นรูปอะไรก็ได้ ละเอียดซับซ้อนแค่ไหนก็ได้ และข้อดีที่เหนือกว่าการแกะสลักด้วยมือคืองาน CNC สามารถทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากี่ copy ก็ได้ โดยทุกๆ copy จะได้ชิ้นงานที่มีมาตรฐานเดียวกันเป๊ะ เพราะคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่มีความเสมอต้นเสมอปลาย (consistency) ไฟล์ CAD ออกแบบชิ้นงานไว้อย่างไร ตัวเครื่อง CNC ก็จะผลิตได้ชิ้นงานอย่างนั้นเสมอ แม้แต่กีตาร์ Dragon 2002 ที่ผลิตเพียง 100 ตัว ที่จริงก็มีการผลิตซ้ำขึ้นอีก เท่าที่ผมทราบอาจจะมีอย่างน้อย 2-3 ตัว แต่ปัจจุบันมีข้อมูลจากสมาชิกกลุ่มเฟสบุค PRS Club Thailand ของผมแจ้งว่า เมื่อปี 2017 เคยสอบถามไปทาง PRS เพื่อจะสั่งผลิตกีตาร์รุ่นนี้ขึ้นใหม่ แต่ทาง PRS แจ้งว่าไม่รับผลิตรุ่นนี้ซ้ำแล้ว

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับงานอินเลย์ PRS Dragon อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

ตัวอย่างงานอินเลย์เจ๋งๆ ที่ผู้ผลิตกีตาร์ใช้บริการมือปืนรับจ้างทำให้

PRS Private Stock Guitar of Gods Custom 24 ออเดอร์พิเศษโดยลูกค้าท่านหนึ่งเมื่อปี 2016 นอกจากงานอินเลย์รูปพระพุทธเจ้าที่งดงามสุดๆ อินเลย์ของตัวนี้เป็นผลงานของบริษัท Aulson Inlay ของอเมริกาครับ สังเกตกีตาร์อีกตัวที่อยู่มุมบนซ้ายของภาพนะครับ


Private Stock DGT Semi-hollow อินเลย์ Birds of a Feather วัสดุไม้ ziricote ฝังลงในบอร์ด flamed maple ผลงานของ Pearl Works

PRS Dragon 30th Anniversary รุ่นฉลอง 30 ปี ตัวนี้ ผลงานอินเลย์โดยบริษัท Aulson Inlay ออกแบบโดย Jeff Easley เจ้าเก่าผู้เคยออกแบบลวดลายกีตาร์มังกรหลายรุ่น

Martin D-100 ฝีมือ Pearl Works ครับ

เทคโนโลยี CNC กับงานอินเลย์กีตาร์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ CNC ไม่ใช่เทคโนโลยีเข้าถึงยากที่เคยถูกผูกขาดตลาดโดยบริษัทไม่กี่เจ้าในยุค 90s อีกต่อไป เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว PRS Dragon ตัวแรกอาจจะดูว้าว แต่สมัยนี้แม้แต่กีตาร์แบรนด์จีน แบรนด์เกาหลี ก็สามารถสร้างงานอินเลย์เท่ๆ ฝังวัสดุสวยๆและขายได้ในราคาไม่กี่หมื่นบาท เพียงแต่ความซับซ้อนและความพิศดารของวัสดุที่นำมาใช้นั้นยังไม่หรูหราเท่า PRS Dragon ก็เท่านั้นเอง แต่โดยหลักการแล้ว ผมมองว่า ณ พ.ศ. นี้ เรื่องการสร้างมูลค่ากีตาร์โดยใช้เทคโนโลยี CNC ไม่ใช่ของพิสดารอีกต่อไป ผู้ผลิตกีตาร์แทบทุกแบรนด์มีความสามารถทำแบบ PRS ได้ไม่ต่างกัน ถ้าเจ้าอื่นลงทุนจ้างทำอินเลย์เกรดงานสูงๆ อย่าง PRS เขาก็จะได้งานเกรดเดียวกัน ที่จะต่างกันก็คงเหลือแค่เรื่องการออกแบบ

อาจกล่าวได้ว่า ถ้าอยากได้กีตาร์มีงานอินเลย์สวยๆ เนี่ย จ่ายหลายแสนถึงหลักล้านได้งานฝรั่ง จ่ายแสนกว่าได้งานญึ่ปุ่น จ่ายหลักหมื่นได้งานเกาหลีงานจีน

ลองดูงานอินเลย์ของกีตาร์โปร่ง Crafter ราคาตัวละไม่กี่หมื่นบาทนะครับ

อินเลย์มังกรของกีตาร์โปร่ง Crafter ราคาตัวละสองหมื่นกว่าบาท

ซึ่งในความสวยงามนี้ ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นที่ว่างระหว่างขอบตัวมังกรกับขอบร่องบนฟิงเกอร์บอร์ดค่อนข้างชัดและมีการใช้กาวโป๊วไม้สีดำอุดช่องว่างเอาไว้ แต่ก็ทำให้เราเห็นว่าเทคโนโลยี CNC สำหรับงานอินเลย์กีตาร์มีราคาถูกลงมาจนแบรนด์กีตาร์ราคาไม่แพงก็สามารถนำมาใช้งานได้ เพียงแต่ความละเอียดของงานและความพิศดารของวัสดุยังไม่ถึงขั้นที่ PRS จ้างผลิตอินเลย์มังกรของรุ่น Dragon แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมมองว่ากีตาร์ราคาไม่กี่หมื่นแต่ได้งานแบบนี้คือมันคุ้มค่ามากๆแล้ว ถ้าเป็นสมัย 20 ปีก่อนมีงบแค่นี้อย่าฝันจะได้เจอ

ดูสวยงาม แต่เมื่อมองใกล้ๆจะเห็นช่องว่างระหว่างขอบตัวมังกรกับขอบร่องบนฟิงเกอร์บอร์ดที่กว้างจนต้องใช้กาวโป๊วไม้สีดำอุดเอาไว้

ส่วน Ibanez RG J. Custom ตัวนี้ มากับงานอินเลย์เถาวัลย์ที่เราเห็นกันจนชินตา และเกรดงานที่เหนือกว่าระดับเกาหลีไปอีกขั้น แต่ราคาก็สูงกว่าหลายเท่าตัว

ส่วนอินเลย์เถาวัลย์ของ Ibanez ก็อยู่คู่วงการมานานสามสิบปีเห็นจะได้
งานญี่ปุ่น ก็สวยดีครับ เนี้ยบกว่าเกาหลี แต่ราคาตัวนี้แสนกว่าบาทนะครับ

สุดท้าย PRS Dragon 2002 ที่สุดของงานอินเลย์บนตัวกีตาร์ ผลงานของบริษัท Pearl Works สหรัฐอเมริกา

ความยากของงานอินเลย์จึงอยู่ที่การหาวัสดุที่มีรูปร่าง ขนาด และสีสันตรงตามความต้องการ ยิ่งรูปที่จะสร้างมีความซับซ้อนมีหลากสีหรือมีจำนวนวัสดุมากเท่าไหร่ ความยากของงานก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รวมถึง การติดวัสดุลงในช่องว่างที่เครื่องเจาะไว้ ซึ่งต้องใช้แรงงานที่มีทักษะฝีมือพอสมควร

แต่งานแกะสลักของช่างฟลอยด์แตกต่างออกไป ชัดๆคือเป็นชิ้นงานที่เกิดจากฝีมือคนคนเดียว ความละเอียดสวยงามขึ้นอยู่กับฝีมือของเขา และถ้าให้ทำซ้ำ แต่ละชิ้นจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว ยิ่งถ้างานออเดอร์เดียวกัน แต่ให้ช่างสองคนแยกกันทำคนละชิ้น งานที่ได้ก็จะต่างสไตล์กันไปอีก เมื่อพูดถึงกำลังการผลิตก็แน่นอนว่าผลิตได้ช้ากว่าและผลิตได้จำนวนน้อยกว่าการใช้เครื่องจักรอย่างไม่ต้องสงสัย

คุณค่าของงานทำมือ

ส่วนตัวผมยังมองต่อไปอีกว่า งานแกะสลักโดยช่างฝีมือชื่อดังแห่งยุค จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อช่างคนนั้นยังมีลมหายใจและยังมีแรงมีเวลาเหลือพอให้สร้างงานอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่ช่างคนนั้นลาจากโลกใบนี้ไป เราจะไม่มีวันได้เห็นผลงานแบบนั้นอีก และต่อให้เราหาคนใหม่มาทำได้ งานที่ออกมา ก็ย่อมจะมีความแตกต่างจากช่างคนเดิมไม่มากก็น้อย บารมีความน่าเชื่อถือศรัทธาก็ต่างกัน ของแบบนี้ไม่มีใครแทนใครได้

ไม่ต้องมองไปถึงอเมริกา เอาแค่ในบ้านเรา นึกถึง อ. ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ซึ่งผลงานของอาจารย์จากที่มีมูลค่าสูงอยู่แล้ว (เคยมีการซื้อขายภาพวาดของอาจารย์ในราคาสูงถึง 60 ล้านบาท) ในวันนี้ที่อาจารย์ลาจากโลกนี้ไป ผลงานเหล่านี้ก็ยิ่งทวีมูลค่าเพิ่มไปอีก หรือแม้แต่ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมาย ดังนั้นผมจึงมองว่า ความน่าสะสมของงานศิลปะไม่ว่าแขนงใดๆ รวมทั้งงานแกะสลัก ส่วนหนึ่งมาจาก “ชื่อเจ้าของผลงาน” ด้วย

ตัวอย่างผลงานของ อ. ถวัลย์ ดัชนี
อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ภาพเขียน งานปูนปั้นดังๆ สิ่งเหล่าที่จริงเราสามารถใช้เครื่องพิมพ์ละเอียดๆปรินท์ภาพออกมา และสามารถใช้เครื่อง CNC ในการสร้างรูปปั้นได้อย่างสบายๆ โดยมีละเอียดความเที่ยงตรงสูงในระดับที่มือมนุษย์ไม่มีวันทำได้ หรือตัวอย่างใกล้ตัวเรากว่านั้น ผมนึกถึงพระเครื่อง ซึ่งปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี CNC เข้ามาเกี่ยวข้องหลายรุ่น หลายวัด ซึ่งงานที่ได้นั้น แน่นอนว่ามีวิจิตรความสวยงาม มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมากมายซึ่งมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าชิ้นงานละเอียดระดับนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยมือหลวงพ่อวัดไหนแน่นอน แต่แปลกนะครับ ทั้งภาพวาดสีน้ำมัน รูปปั้น รูปแกะสลัก พระเครื่อง ชิ้นที่มีมูลค่าสูง รุ่นที่นักสะสมมักตามหา ส่วนใหญ่จะเป็นงานจากมือมนุษย์แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝีมือจิตรกรชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติ ช่างแกะสลัก หรือพระเกจิชื่อดัง และมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ใช้เครื่องมือให้ถูกกับงาน

ถามว่า แล้วเราสามารถใช้เครื่อง CNC ทำงานแกะสลักบนตัวกีตาร์แทนได้ไหม? คำตอบคือได้ครับ ตัวอย่างงานแกะสลักไม้ด้วย CNC ก็คืองานขึ้นรูปบอดี้และท็อปของกีตาร์ของแทบทุกยี่ห้อ แม้แต่กีตาร์ของลุงไมเคิลที่ให้ช่างฟลอยด์แกะท็อปให้นั้น บอดี้ของมันก็ถูกขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC ไม่ต่างอะไรกับกีตาร์ที่ผลิตแบบ mass production ทั่วไป ซึ่งนั่นก็เพราะงานในส่วนนี้ต้องการความเที่ยงตรงมากกว่าความเป็นศิลปะแฮนด์เมด

แต่ถ้าทำแบบนั้นกับงานแกะสลักบนบอดี้ ก็จะไม่เหลือเสน่ห์อะไรให้น่าสัมผัสหรือเก็บสะสมอีกต่อไป มันจะกลายเป็นงาน CNC โหลๆ ที่สักพักทั้งอุตสาหกรรมกีตาร์ก็จะแข่งกันปั๊มออกมาขายเป็นหมื่นตัว สุดท้ายก็กลายเป็นงานประดับราคาถูก ไม่ต่างอะไรจากงานอินเลย์ของกีตาร์ตัวละสองสามหมื่นในปัจจุบัน

ถามกลับกันว่า แล้วถ้าเราใช้มือคนกับเครื่องมือเบสิคๆทำงานอินเลย์แทนเครื่อง CNC ล่ะ? ผลก็คือ งานที่ได้จะมีความหยาบ ขาดความเสมอต้นเสมอปลายทำสิบชิ้นได้สิบแบบ รวมถึงกำลังการผลิตที่ไม่สามารถผลิตได้ทันต่อความต้องการของตลาด แบรนด์จะโตยากถ้าพึ่งพาการผลิตแบบนี้เป็นหลัก

ถ้าใครสงสัยว่างานอินเลย์ของกีตาร์ยุคก่อน CNC เป็นอย่างไร ลองดูอินเลย์นกของ PRS ปี 1991 ตัวนี้ดูครับ สังเกตช่องว่างระหว่างวัสดุอบาโลนกับไม้ฟิงเกอร์บอร์ดว่ากว้างมากจนต้องใช้กาวโป๊วไม้สีดำๆ มาอุด (ขอบคุณคุณ Khomkrit Thanakanyarat เจ้าของกีตาร์ เอื้อเฟื้อรูปครับ)

งานอินเลย์นก Custom 24 ปี 1991 ยุคที่ PRS ยังไม่นำเครื่อง CNC มาใช้ในการผลิต

เทียบกับอินเลย์นกของปีปัจจุบันแล้วต่างกันอย่างไร? ไม่ต้องไปถึงตัวละแสนกว่าหรอกครับ เอาแค่ SE งานอินโดนีเซียตัวละหมื่นหกมาเทียบ รอยต่อก็ยังเนี้ยบกว่างานมือของตัวอเมริกา นี่แหละครับ ข้อดีของการใช้เครื่อง CNC

PRS SE Standard 24 ปี 2018 ผลิตในอินโดนีเซีย
ส่วนงาน CNC ของ PRS เกรด core USA ปีใหม่ๆ นี่ มาสุดแน่นอน ทั้งความเนี้ยบและวัสดุ อันนี้เป็นนก
จากฟิงเกอร์บอร์ด McCarty 58 ของผม ซึ่งตัวนกตัดมาจากวัสดุเปลือกหอยสีรุ้ง paua เดินเส้นขอบด้วยเปลือกหอยมุก (mother of pearl)

ดังนั้นจึงไม่มีเครื่องมืออะไร หรือเทคนิคการผลิตใดที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ทุกอย่างต้องเริ่มจากการตอบคำถามว่า “เราต้องการอะไร?” แล้วค่อยไปเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกกับงาน

ส่งท้าย

ทั้งงาน CNC และงานมือต่างก็มีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ระหว่างงานละเอียดๆ มีความเที่ยงตรงสูง หรือเสน่ห์งานแฮนด์เมดจากกระบี่มือหนึ่ง ใครจะเลือกซื้องานแบบไหนก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลครับ

ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกีตาร์ยุคปัจจุบันได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ การรู้เยอะๆ ไว้ก่อน ผมว่าดี เพราะเราจะได้มีข้อมูลรอบด้านประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ

ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ครับ

— หมู ภานุวัฒน์ —

เข้าร่วมกลุ่มเฟสบุค PRS Club Thailand ของผมได้ที่นี่คร้าบ

Facebook Comments